โฆษณษา by google
เลือกซื้อคอนโดมิเนี่ยมอย่างไรให้คุ้ม
ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดมิเนี่ยมต้องดูองค์ประกอบอะไรบ้าง
ศึกษาสภาพแวดล้อมของคอนโดมิเนี่ยมและผลงานผู้ประกอบธุรกิจคอนโดมิเนี่ยมตรวจสอบว่าทางราชการมีโครงการที่จะ ดำเนินการใดในบริเวณที่ดินนั้นหรือไม่ เช่น มีข้อห้ามมิให้ดำเนินการก่อสร้างอาคารสูงๆ หรือบริเวณดังกล่าวรัฐกำลังจะดำเนินการเวนคืนในอนาคต เป็นต้น โดยตรวจสอบได้ที่เทศบาล หรือสำนักงานโยธาจังหวัดที่โครงการจัดสรรตั้งอยู่
สถานที่ตั้งโครงการคอนโดมิเนี่ยมสะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน ไม่มีมลพิษ เช่น ฝุ่นละอองหรือเสียงรบกวนต่างๆ หรือมีน้ำท่วมขัง ซึ่งอาจทำให้ท่านเดือดร้อนได้ในภายหลัง
ตรวจสอบผลงาน หากผู้ประกอบธุรกิจคอนโดมิเนี่ยมได้เคยดำเนินการมาแล้วก็ต้องพิจารณาดูว่า โครงการคอนโดมิเนี่ยมที่ดำเนินการมาแล้วนั้นมีสภาพเป็นอย่างไร ทำตามโครงการหรือสัญญาครบถ้วนหรือไม่ มีการส่งมอบงานหรือโอนบ้านตามกำหนดหรือไม่ ทั้งนี้อาจสอบถามได้จากผู้ซื้อรายก่อน
อย่าด่วนตัดสินใจซื้อ ตรวจสอบห้องชุด(คอนโดมิเนี่ยม)ก่อน
ผู้ บริโภคที่ประสงค์จะซื้อห้องชุด(คอนโดมิเนี่ยม)ต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบเช่นเดียวกัน อย่ารีบร้อนหรือด่วนตัดสินใจซื้อห้องชุด(คอนโดมิเนี่ยม)ที่โฆษณาขายอยู่ในบ้านเรา
ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะดังนี้
1.
กรณีที่ยังไม่ได้มีการก่อสร้างอาคาร(คอนโดมิเนี่ยม) ผู้บริโภคควรตรวจสอบดังนี้
1.1
ตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร(คอนโดมิเนี่ยม)ว่าได้รับอนุญาตหรือยังไม่ได้รับอนุญาต ขอตรวจสอบได้จากผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด (คอนโดมิเนี่ยม)
1.2
ตรวจสอบชื่อผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แผนผังแสดงเขตที่ดินที่จะก่อสร้างอาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม) เลขที่ของโฉนดที่ดินตรวจสอบได้จากกรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี
1.3
ตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ และสถานภาพของผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม) ว่าเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลและเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่จะก่อสร้างอาคารชุดหรือไม่ ถ้ากรณีเป็นนิติบุคคล ได้จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนกับทางราชการถูกต้องแล้วหรือไม่ มีทุนจดทะเบียน ทุนที่ชำระแล้วเท่าไร ใครเป็นกรรมการผู้จัดการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทหรือห้างหุ้น ส่วน ตรวจสอบได้จากกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด แล้วแต่กรณี
1.4
ตรวจสอบว่าที่ดินที่จะก่อสร้างอาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม)มีภาระผูกพันกับนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินหรือไม่ อย่างไร คือนำไปจำนองไว้กับธนาคารหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์หรือไม่นั่นเอง ท่านตรวจสอบได้จากกรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี
1.5
ต้องสอบถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากค่าซื้ออาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม)ซึ่งผู้เป็นเจ้าของห้องชุดจะต้องร่วมกันออก ตามส่วน เช่น ค่าบริการที่เป็นส่วนรวม ค่าดูแลรักษาและดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลาง ค่าภาษีอากร เป็นต้น สอบถามได้จากผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม) กรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี
1.6
ต้องสอบถามหรือขอคำรับรองจากผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม)ด้วยว่า จะเริ่มก่อสร้างและแล้วเสร็จเมื่อใด

2.
กรณีที่ก่อสร้างอาคาร(คอนโดมิเนี่ยม)เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้บริโภคควรต้องตรวจสอบ ดังนี้
2.1
ตรวจสอบว่าได้มีการจดทะเบียนอาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม)แล้วหรือไม่ มีเลขที่ของทะเบียนอาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม)แล้วหรือไม่ เลขที่ของทะเบียนอาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม)เท่าไร ใครเป็นผู้ขอจดทะเบียนอาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม) ขอตรวจสอบได้จากผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม) แต่ถ้าหากไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้จากกรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี
2.2
ตรวจสอบเลขที่ของโฉนดที่ดิน จำนวนเนื้อที่ที่ดินของโครงการ แผนผังแสดงเขตที่ดิน และที่ตั้งอาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม) ว่าตรงกันกับที่ได้จดทะเบียนอาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม)แล้วหรือไม่ ตรวจสอบได้จากกรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี
2.3
ตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ และสถานภาพของผู้ขอจดทะเบียนอาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม) ว่าเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ถ้ากรณีเป็นนิติบุคคล ใครเป็นกรรมการผู้จัดการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการผู้มี อำนาจลงนามผูกพันบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ตรวจสอบได้จากกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด แล้วแต่กรณี
2.4
ตรวจสอบว่าที่ดินจะก่อสร้างอาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม)มีภาระผูกพันกับนิติบุคคล หรือสถาบันการเงิน หรือไม่อย่างไร คือนำไปจำนองไว้กับธนาคารหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์หรือไม่ ท่านตรวจสอบได้จากกรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี
2.5
ตรวจสอบรายการและขนาดของทรัพย์สินที่ใช้เป็นทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วน กลาง ว่าตรงกันกับที่ได้มีการโฆษณาไว้หรือไม่ ตรวจสอบได้จากที่ตั้งโครงการและผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด (คอนโดมิเนี่ยม)
2.6
สอบถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากค่าซื้ออาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม) ซึ่งผู้เป็นเจ้าของห้องชุด(คอนโดมิเนี่ยม)จะต้องร่วมกันออกตามส่วน เช่น ค่าบริการที่เป็นส่วนรวม ค่าดูแลรักษาและดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนกลาง ค่าภาษีอากร เป็นต้น ขอทราบได้จากผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม) กรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด อำเภอ หรือสำนักงานที่ดินเขตที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี
สำหรับ รายละเอียดดังกล่าวข้างต้น ทางราชการได้ออกกฎกระทรวงตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 บังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องบอกกล่าวหรือระบุในคำโฆษณาแล้ว แต่ยังไม่ควรมั่นใจว่าจะถูกต้องหรือเป็นจริงและเพียงพอที่จะตัดสินใจซื้อ หรือเข้าทำสัญญากับผู้ประกอบธุรกิจ(คอนโดมิเนี่ยม) ควรที่จะได้ตรวจสอบกับทางราชการที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง เพื่อความรอบคอบและจะได้ไม่ถูกหลอกลวงหรือถูกเอารัดเอาเปรียบ
การตรวจสอบหนังสือสัญญา
เมื่อ ผู้บริโภคตกลงใจหรือตัดสินใจที่จะซื้อบ้าน ที่ดินจัดสรรหรืออาคารชุด(คอนโดมิเนี่ยม)แล้ว สิ่งที่จะต้องทำต่อไปคือทำสัญญากับผู้ขายคอนโด ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด เพราะผู้ซื้อคอนโดจะต้องลงชื่อผูกพันในหนังสือสัญญากับผู้ขายคอนโด การเอารัดเอาเปรียบของผู้ขายคอนโด หรือความเสียเปรียบของผู้ซื้อคอนโดอาจเกิดขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร จะอยู่ที่หนังสือสัญญาฉบับนี้ ดังนั้นก่อนที่ผู้บริโภคจะลงชื่อในหนังสือสัญญาจะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ โดยไม่ต้องเกรงใจผู้ขายคอนโด ต้องตรวจสอบข้อความในหนังสือสัญญาให้ละเอียด และทำความเข้าใจให้แจ้งชัด ก่อนที่จะลงลายมือชื่อของตนในหนังสือสัญญาฉบับนั้น ถ้าอ่านแล้วยังไม่เข้าใจก็ต้องหาผู้รู้มาให้คำแนะนำ หรือถ้าสงสัยในเรื่องใดก็ต้องสอบถามผู้ขายคอนโด ให้เป็นที่ตกลงกันโดยแน่นอนเสีย ก่อน มิฉะนั้นอาจตกเป็นผู้เสียเปรียบในการทำสัญญาได้ เช่น
1.
ห้อง(คอนโดมิเนี่ยม) ที่ทำสัญญาถูกต้องตรงตามตัวอย่างที่โฆษณาหรือไม่ จะต้องตรวจในรายละเอียดด้วย เพราะมีผู้ดำเนินการบางรายอาจทำแบบบ้านอย่างหนึ่ง แต่เวลาทำสัญญาได้มีการเปลี่ยนแปลงรายการในรายละเอียดบางประการซ่อนไว้ หากไม่ตรวจสอบจะไม่ทราบ
2.
ขนาดของห้องที่ตกลงทำสัญญาซื้อนั้นถูกตรงตามที่ผู้ซื้อคอนโด
จองตามผังจัดสรรหรือไม่
3.
ระยะเวลาการเริ่มต้นก่อสร้างและระยะเวลาการสร้างห้องแล้วเสร็จส่งมอบให้ผู้ซื้อได้เมื่อใด ควรต้องมีกำหนดไว้ในสัญญาด้วย
4.
หากในสัญญากำหนดเบี้ยปรับไว้กรณีผู้ซื้อคอนโด
ผิดนัด เช่นนี้ก็ควรกำหนดเบี้ยปรับไว้ในสัญญากรณีผู้ขายคอนโด ผิดนัดด้วย
5.
ควรกำหนดเวลาประกัน กรณีห้องชำรุดบกพร่องไว้ด้วย ว่าจะให้ผู้ขายคอนโด ปฏิบัติอย่างไร
คอนโดฯ ใบจองท้ารบ คอนโดฯ พร้อมอยู่
ฟันธงตลาดคอนโดฯ ปี 52 คอนโดฯ ใหม่ขายใบจอง เจอศึกหนัก คอนโดฯ พร้อมอยู่ พร้อมโอน รอ รีเซลกว่า 5 พันหน่วย คู่แข่งใหม่อันน่ากลัว ด้วยจุดขายคอนโด สำคัญ อยู่ได้ทันที และราคาถูกกว่าของใหม่ งานนี้ ผู้ประกอบการเหนื่อย แต่ผู้บริโภคสบาย เจออีกหนึ่งทางเลือกใหม่ไฉไลกว่าเดิม
แนวโน้มตลาดคอนโด
มิเนียมในปี 2552 คงเป็นอีกปีที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด เพราะมียังเป็นที่อยู่อาศัยที่มีความต้องการสูง แต่ความน่าสนใจในการแข่งขันปีหน้าอยู่ที่มี คอนโดฯ พร้อมอยู่ที่เปิดขายคอนโด เมื่อ 1-2 ปีที่แล้วจำนวนมากก่อสร้างแล้วเสร็จเตรียมโอนคาดว่ามีไม่น้อยกว่า 2.5 หมื่นยูนิต ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่ง ซัพพลายที่เรียกได้ว่าเป็นคู่แข่งสำคัญของคอนโด
มิเนียมที่อยู่ระหว่างการขายคอนโด เท่า นั้นต้องยอมรับว่าซัพพลายคอนโด
มิเนียมสร้างเสร็จพร้อมโอน มีจำนวนไม่น้อยที่ ผู้ซื้อเป็นของ นักลงทุนซื้อเพื่อรอทำกำไรเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ ส่งเข้าตลาดรอบใหม่ กลายเป็นคอนโดรีเซลที่พร้อมจะทำตลาดสู้กับ คอนโดที่มีเพียงใบจองอยู่ในมือ โดยคนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์คาดการณ์กันว่า จำนวนคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ 2.5 หมื่นยูนิต จะถูกนำมารีเซลไม่น้อยกว่า 20% ถือว่าเป็นจำนวนไม่น้อยทีเดียว
คอนโด
ฯ พร้อมอยู่ที่คาดการณ์กันว่าจะถูกนำมาขายคอนโด ใหม่มากกว่า 5 พันยูนิตเทียบเท่ากับจำนวนโครงการคอนโดขนาดใหญ่หลายโครงการได้เลย ซึ่งหากเทียบคุณสมบัติกันแล้ว คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ได้เปรียบกว่าอย่างชัดเจน เพราะผู้ซื้อคอนโดสามารถเข้าอยู่ได้ทันที มองเห็นทำเลชัดเจน มองเห็นรูปแบบการใช้ชีวิตในอาคารนั้นๆ ได้อย่างไม่ต้องอาศัยมโนภาพ เห็นห้องตัวอย่างจริง เห็นวิวจริง ภายใต้ราคาต้นทุนเก่าซึ่งเป็นต้นทุนตั้งแต่เมื่อ 1-2 ปีที่แล้ว หรือบางอาคารก็เมื่อ 3 ปีที่แล้ว
เรียกว่า ได้เปรียบในทุกประตู ทำเล สภาพแวดล้อมของโครงการคอนโด ตัวอาคาร ห้องชุด สาธารณปโภค แล้วปิดท้ายด้วยราคาที่ไม่สูงเกินเอื้อมเมื่อเทียบกับราคาปัจจุบัน
แม้ว่าบรรดาคอนโดรีเซลจะอัพราคาเพิ่มขึ้นจากช่วงขายใบจองแล้ว แต่ราคาไม่ได้ปรับตัวสูงมากนัก ถ้าเทียบกับคอนโดฯ ใหม่แล้วก็ยังถูกกว่า หรือภายใต้ราคาที่เท่ากันเริ่มต้น 1.5 ล้านบาทไปจนถึงเริ่มต้นเกือบ 2 ล้านบาทแต่เป็นคอนโดฯ ที่พร้อมอยู่ จึงมีแต่โอกาสแห่งความได้เปรียบ
ขณะที่คอนโดมิเนียมเปิดขายคอนโด ใหม่ที่ยังไม่ได้ก่อสร้าง มีเพียงใบจองที่ยื่นให้ผู้ซื้อถือไว้เท่านั้น จะสร้างได้หรือไม่ จะมีปัญหาระหว่างงานก่อสร้างไหม ห้องจริงเป็นอย่างไร สภาพโครงการคอนโดจริงเป็นเช่นไร ไม่มีโอกาสรู้ได้ เห็นเพียงห้องตัวอย่างบนพื้นราบ เห็นเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกบนแผ่นป้ายโฆษณา ซึ่งจะมีจริงหรือไม่ ก็ไม่มีใครมาการันตี รวมถึง ราคาที่เปิดขายคอนโด ก็กลายเป็นราคาต้นทุนใหม่
ทั้งค่าก่อสร้างแพง และต้นทุนที่ดินก็สูงจากการถูกปั่นราคาไปสูงลิ่วในช่วงที่ตลาดบูม
พอตลาดซบ ค่าก่อสร้างปรับตัวลดลงอย่างเบาบาง ส่วนราคาที่ดินบางทำเลถึงจะไม่ขึ้น ก็ไม่ลดลง ทั้ง 2 ปัจจัยดังกล่าวจึงมีผลให้ราคาคอนโดมิเนียมขายใหม่ จึงสูงมาก
หลายปัจจัยที่เสียเปรียบ คอนโดฯ รีเซลพร้อมอยู่อย่างเห็นได้ชัด ทำให้ปีหน้าผู้ประกอบการคอนโด ใหม่จะเหนื่อยในการทำตลาดอย่างมาก ลำพังเพียงคู่แข่งคอนโดฯ ใบจองด้วยกันแล้ว ยังแข่งกันอย่างดุเดือด หากต้องเจอคู่แข่งสำคัญอย่าง คอนโดฯ พร้อมอยู่ด้วยแล้ว ยิ่งต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น
คอนโด
ที่จะเปิดขายคอนโด ใหม่ในปีหน้าต้องเป็นโปรดักส์ที่ใช่ และราคาที่ใช่จริงๆ แม้จะเป็นคำพูดที่พูดมาทุกปี แต่ปีหน้าต้องบอกว่าใช่จริงๆ และต้องแตกต่างจากโปรดักส์ที่มีขายคอนโด อยู่ในปัจจุบันแล้วนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าว
ทางเลือกในการทำตลาดคงมีจำกัดขึ้น โดยนายธีระชน อธิบายให้ฟังว่า โปรดักส์ที่พัฒนาขึ้น ต้องเป็นอะไรที่ลูกค้าตื่นเต้น ดึงดูดให้รู้สึกว่าอยากอยู่อาศัยในโครงการนี้ อาจต้องผสมผสานกันทั้งตัวโปรดักส์ การออกแบบห้องชุดที่ใช่ ภาพรวมโครงการคอนโด สภาพแวดล้อมมีความน่าสนใจ อยู่บนทำเลที่ดี และต้องอยู่ภายใต้ราคาที่จับต้องได้ ยังเอื้อมถึง เพื่อสู้กับคอนโด พร้อมอยู่
ไม่ใช่โจทย์ที่ง่ายเลย กับการพัฒนาโครงการที่ยังไม่ได้ก่อสร้าง เพื่อสู้กับทั้งคอนโดฯ ใบจองด้วยกัน และคอนโดฯ พร้อมอยู่
ทั้งนี้ คอนโดมิเนียมขายใหม่ที่อยู่ในระหว่างการพรีเซลทั้งใหม่แกะกล่องและซัพพลายสะสมมาจากปีนี้ รวมแล้วในปี 2552 คาดว่าจะมีคอนโดมิเนียมเตรียมเข้ามาขายไม่น้อยกว่า 6.6 หมื่นยูนิต แบ่งเป็น อยู่ระหว่างก่อสร้างไปด้วย 50% และยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างเลย 50%
จะเห็นได้ว่า ซัพพลายใหม่ที่การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จกว่า 6.6 หมื่นหน่วย กับ จำนวนคอนโดฯ รีเซลอีกกว่า 20% ของคอนโดฯ แล้วเสร็จ 2.5 หมื่นหน่วย รวมๆ แล้วจะมีคอนโดฯ รอการขายในปีหน้าเกือบ 7 หมื่นยูนิต ตัวเลขมหาศาลทีเดียว
ปีหน้าคงเป็นอีกหนึ่งที่เหน็ดเหนื่อยของผู้ประกอบการกับการ แข่งขันรอบด้าน แต่คงเป็นอีกหนึ่งปีที่ผู้บริโภคจะยิ้มรับกับทางเลือกใหม่ๆ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และ เงินในกระเป๋าของตัวเอง
ซื้อคอนโดมิเนียมอย่างไรไม่ต้องเสี่ยง

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ที่กำลังมีความคิดว่าต้องการจะเลือกซื้อที่อยู่อาศัยประเภทห้องชุดในคอนโดมิเนียมขณะนี้ก็คือเรื่องของ "ความเสี่ยง" เนื่องจากในช่วงที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีปัญหาตกต่ำไปตามสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ สถิติการที่ผู้ซื้อต้องถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการเจ้าของอาคารชุดพักอาศัย ถือว่ามีจำนวนสูงสุดเมื่อเทียบกับการซื้อที่อยู่อาศัยประเภทอื่นๆเหตุผลประการสำคัญมาจากการเสนอขายคอนโด ที่อยู่อาศัยประเภทนี้เกือบ 100% เป็นการขายกระดาษ หรือการเปิดขายคอนโด โดยที่โครงการยังไม่ได้มีการก่อสร้าง เพราะการก่อสร้างอาคารชุดต้องดำเนินการพร้อมกันทั้งอาคารซึ่งโดยปกติแล้วทางผู้ประกอบการจะกำหนดแผนการเปิดขายคอนโด ไประยะหนึ่งแล้วจึงเริ่มต้นการก่อสร้างเพื่อบริหารความเสี่ยงในทางธุรกิจ ส่งผลให้ความเสี่ยงของการเลือกซื้อคอนโด
มิเนียมสูงกว่าการซื้อที่อยู่อาศัยประเภทอื่นๆเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ผู้ซื้อจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบในทุกรายละเอียด เริ่มตั้งแต่ในเรื่องของสัญญาไปจนถึงกระบวนการก่อนการรับโอนกรรมสิทธิ์หรือการส่งมอบห้องชุด แม้ว่าโดยรวมแล้วจะมีสาระสำคัญใกล้เคียงกับข้อพึงระรังในการซื้อบ้าน แต่ก็ยังมีรายละเอียดในบางประการที่ต่างกันออกไป และถือว่าเป็นหลักใหญ่ใจความที่ผู้ซื้อควรให้ความสำคัญเริ่มจากการลดความเสี่ยงจากสัญญาจะซื้อจะขาย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จะประกาศให้การซื้อขายห้องชุดในอาคารชุดเป็นการซื้อขายที่ถูกควบคุมสัญญา แต่ก็ยังมีรายละเอียดในสัญญาบางประการที่ผู้ขายอาจทำให้ผู้ซื้อสับสนหรือเข้าใจคลาดเคลื่อนไปได้ โดยเฉพาะการเสนอขายคอนโด กลางเมือง เนื่องจากปัจจุบันที่ดินกลางเมืองหายากและมีราคาแพง บางโครงการอาจเลือกใช้วิธีเช่ากรรมสิทธิ์ระยะยาว 30 ปี แล้วนำที่ดินมาพัฒนาโครงการคอนโด
เสนอขายแก่ผู้ซื้อคอนโด
คิดค่าเช่าเหมาในช่วงเวลาทั้งหมดเป็นราคาต่อตารางเมตร แทนการคิดค่าเช่าคอนโด
รายเดือนดังนั้นก่อนที่จะตกลงใจเซ็นสัญญาจองซื้อห้องชุดควรตรวจสอบด้วยว่าที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของโครงการคอนโด
หรือไม่ และเป็นการเช่าคอนโด
ที่ระยะยาวหรือไม่ เพราะหากเป็นที่ดินเช่าระยะยาวห้องชุดที่ซื้อไว้นั้นจะเป็นเพียงห้องเช่า ที่ต้องมีการต่อสัญญากันเมื่อครบกำหนดเช่าระยะยาวสิ่งสำคัญประการต่อมาที่ผู้ซื้อต้องตรวจสอบเพื่อลดความเสี่ยงก็คือ แบบแปลนที่ตั้งของห้องชุด และขนาดพื้นที่ห้องชุด เรื่องนี้ถือว่าเป็นกรณีพิพาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีการซื้อขายคอนโด ขึ้นในประเทศไทยคือเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วความเสี่ยงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการวัดขนาดห้องชุดคอนโด
ไม่เหมือนกับการวัดพื้นที่บ้านจัดสรร ระบบการก่อสร้างเข้ามามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งซึ่งผู้ซื้อจำเป็นต้องทำความเข้าใจในเบื้องต้นไว้ด้วย โดยเฉพาะในประเด็นผนังกั้นห้องที่แบ่งระหว่างห้องชุดแต่ละห้องตามพ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 ถือว่าเป็นทรัพย์ส่วนกลางดังนั้นการคำนวณขนาดห้องชุดจึงต้องวัดจากกึ่งกลางผังด้านหนึ่งไปยังกึ่งกลางผนังของอีกด้านหนึ่ง ยกเว้นแต่คอนโด
มิเนียมโครงการนั้นๆ ก่อสร้างด้วยระบบสำเร็จรูปที่ใช้ผนังที่กันแบ่งระหว่างห้องทำหน้าที่รับน้ำหนัก การรังวัดเพื่อคำนวณขนาดห้องชุดจะวัดจากผนังด้านในของห้องชุด เพราะถือว่าผนังเป็นทรัพย์ส่วนกลาง แต่หากเป็นการก่อสร้างด้วยระบบสำเร็จรูปที่ผนังไม่ได้ทำหน้าที่รับน้ำหนัก การวัดขนาดห้องชุดจากกึ่งกลางของผนังห้อง ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วยเหตุนี้เองอาจจะทำให้พื้นที่ห้องชุดส่วนหนึ่งหายไป ซึ่งกรณีนี้ไม่ถือว่าผู้ขายเป็นผู้ผิดสัญญาเพียงแต่ไม่ได้มีการแจ้งให้ทราบไว้ก่อนทำสัญญาเท่านั้นว่าการวัดขนาดพื้นที่ห้องชุดของทางโครงการคำนวณจากจุดใด เมื่อทราบเช่นนี้แล้วก่อนจองซื้อคอนโด
มิเนียมควรสอบถามทางโครงการคอนโด
ด้วยว่าก่อสร้างด้วยระบบใดเพื่อให้ได้พื้นที่ห้องชุดเต็มจำนวนความเสี่ยงของผู้ซื้อคอนโด
มิเนียมอีกประการหนึ่งก็คือเรื่องของการเปลี่ยสเป็กวัสดุก่อสร้าง อย่างที่กล่าวไว้ในเบื้องต้นแล้วว่า การซื้อขายห้องชุดส่วนใหญ่เป็นการซื้อบนกระดาษ ผู้ซื้อไม่มีโอกาสทราบได้เลยว่าเมื่อถึงกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ซื้อไว้หน้าตาจะเป็นอย่างไร ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งเลือกที่จะก่อสร้างห้องตัวอย่างให้ลูกค้าชมก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ แต่เมื่อถึงวันโอนกรรมสิทธิ์เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่ห่างจากวันทำสัญญาอย่างน้อย 10-12 เดือน โอกาสที่วัสดุก่อสร้างที่กำหนดไว้เป็นสเป็กแนบท้ายสัญญาบางรายการไม่ตรงกับของจริงจึงมีความเป็นไปได้สูง หากเกิดปัญหาเช่นนี้ผู้ซื้อคอนโด
มีทางเลือกอย่างไรบ้างนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำความเข้าใจกันไว้ตั้งแต่ต้นเพราะเรื่องนี้ก็เคยเป็นข้อพิพาทจนถึงชั้นศาลมาแล้วเช่นเดียวกันสิ่งที่ผู้ซื้อห้องชุดควรทราบก็คือในทางกฎหมายผู้ขายหรือเจ้าของโครงการมีสิทธิเปลี่ยนสเป็กวัสดุก่อสร้างได้เฉพาะในส่วนที่เป็นการก่อสร้างห้องชุดในส่วนที่ผู้ซื้อคอนโด
จะซื้อเท่านั้นและต้องเป็นสเป็ก วัสดุก่อสร้างที่เทียบเท่ากับที่ระบุแนบท้ายสัญญาด้วย แต่ทางโครงการจะไม่สามารถเปลี่ยนสเป็กวัสดุก่อสร้างในส่วนที่เป็นทรัพย์ส่วนกลาง เช่น ผนัง ฝ้าเพดาน เป็นต้น หากมีการเปลี่ยนสเป็กในส่วนนี้ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ เรื่องนี้มีคำพิพากษาของศาลฎีกาออกมาให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติแล้วการลดความเสี่ยงประการสุดท้ายก็คือเรื่องของการติดตามรับฟังข่าวสารการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ระเบียบ กฎเกณฑ์ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างคอนโด
มิเนียมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเรื่องนี้ได้สร้างปัญหาให้แก่ผู้ซื้อคอนโด
มิเนียมมาแล้วนับพันราย กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากมีการประกาศใช้พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 และสาระสำคัญในกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ห้องชุดพักอาศัย ตามกฎหมายอาคารชุด ที่มีจำนวนห้องชุดตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไปต้องส่งรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อกฎหมายประกาศใช้ออกมาระยะหนึ่งกลับไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร จนเมื่อมาเกิดกรณีปัญหาการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในคอนโด
มิเนียมจำนวนถึง 411 โครงการเนื่องจากโครงการคอนโด
ทั้งหมดไม่ได้มีการจัดส่งรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ต่อสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมทำให้ไม่สามารถจดทะเบียนอาคารชุดได้แม้ว่าโครงการคอนโด
ทั้งหมดจะก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วก็ตาม ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนไม่ได้มีเพียงผู้ประกอบการแต่ยังมีผู้ซื้อคอนโด
ห้องชุดอีกนับพันรายที่ไม่สามารถรับโอนกรรมสิทธิ์ได้ แม้ว่าปัญหานี้จะได้รับคลี่คลายไปแล้วแต่ก็ต้องใช้เวลานานนับปี ดังนั้นหากคิดที่จะเลือกซื้อห้องชุดในโครงการคอนโด
มิเนียมที่มีจำนวนห้องชุดเสนอขายมากกว่า 80 ห้องขึ้นไป ควรสอบถามด้วยว่ามีการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือไม่ และจะเสร็จเมื่อใด ถ้าไม่อยากเสี่ยงก่อนชำระเงินดาวน์งวดสุดท้าย ขอทางโครงการดูรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมก่อนก็คงไม่ทำให้เสียเวลามากขึ้นเท่าใดนัก ดีกว่าซื้อคอนโด
แล้วโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ในภายหลัง
วิธีเลือกคอนโด

รูปแบบของคอนโดฯ ที่มีขายคอนโด กันอยู่ในท้องตลาดซึ่งปัจจุบันก็มีกันมากมาย แต่ละโครงการคอนโดก็มีคอนเซ็ปต์ไม่เหมือนกัน ราคาขายคอนโด ก็ต่างกัน แล้วจะเลือกจะดูอย่างไร นี่อาจเป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้
เราเริ่มกันแบบนี้ดีกว่า ... คอนโดฯ มีหลายประเภท แล้วแต่จะแบ่ง เช่น แบ่งตามประเภทการก่อสร้าง แบ่งตามราคา หรือแบ่งตามคอนเซ็ปต์ดีไซน์ โดยการแบ่ง 2 ประเภทแรกจะค่อนข้างชัดเจนกว่า เช่น คอนโด โลว์ไรส์ หรือที่รู้จักกันทั่วไปในความหมายของ คอนโดฯ แนวราบ ลักษณะคอนโดฯแบบนี้จะสูงไม่เกิน 10 ชั้น และคอนโดฯ แนวสูงหรือไฮไรส์ สูงได้ตั้งแต่ 10 ชั้นขึ้นไป หรือหากแบ่งด้วยราคา ซึ่งส่วนใหญ่กำหนดราคาขายเป็นตารางเมตร มีทั้งคอนโด ราคาถูกเฉลี่ยยูนิตละไม่เกินล้าน
ตกแต่งภายใน แต่งบ้าน แต่งคอนโดบ้าน คอนโด ตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ Built-Room ระดับราคาปานกลางอยู่ระหว่างประมาณ 1-5 ล้าน หากเกินกว่านี้ก็จะถือเป็นราคาสูง คอนโดฯ หรูหรือระดับพรีเมี่ยมไป ซึ่งปัจจุบันคอนโดฯ ประเภทนี้ที่ขายคอนโด ยูนิตละ 10 ล้านขึ้นก็มีอยู่ไม่น้อย
เงื่อนไขราคาคอนโดฯ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น ทำเลที่ตั้ง ทำเลดีราคาย่อมสูงตาม วัสดุก่อสร้างหรือตกแต่งก็มีส่วน วัสดุเกรดมาตรฐานทั่วไปก็ราคาหนึ่ง แต่ถ้าเป็นวัสดุพรีเมี่ยม

เกรดเอ หรือนำเข้าจากต่างประเทศ ราคาขายคอนโด ต่อตารางเมตรก็จะสูงตาม
พื้นที่ส่วนกลาง/สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ลิฟท์,โถงบันได,คลับเฮ้าส์,สระว่ายน้ำ,ฟิตเนส,ซาวน่า หรือสวนสาธารณะ ก็เป็นอีกเงื่อนไขที่มีผลต่อราคาขายคอนโด ยิ่งเยอะ พื้นที่ขายคอนโด ก็จะน้อยลง ราคาขายคอนโด ก็ต้องสูงตาม เพราะต้นทุนเหล่านี้มักรวมอยู่ในราคาขายคอนโด แล้ว(รวมค่าก่อสร้างที่จอดรถด้วย) และค่าส่วนกลางก็สูงตามไปด้วย เพราะค่าใช้จ่ายในการบริหารดูแลเพิ่มขึ้น
สำหรับผู้ที่อยากจะหาหลักในการเลือกโครงการ คอนโดสามารถใช้เงื่อนไขข้างต้นเป็นหัวข้อเปรียบเทียบได้ แต่จะตัดสินใจอย่างไรก็ขึ้นที่ความพอใจ ซึ่งนอกจากรสนิยมความชอบแล้ว ก็ควรให้เหมาะสมกับการใช้งาน และกำลังทรัพย์ของตนเองด้วย ก็จะดี

การลงทุนที่ควรรู้

posted on 26 Nov 2009 22:01 by fishthailand

ลงทุนซื้อคอนโดให้ชาวต่างชาติเช่าคอนโด ได้ผลตอบแทนดี ข้อสำคัญไร้ความเสี่ยงถ้าคุณกำลังมองหาช่องทางการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและได้ผลตอบแทนดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากการลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่าคอนโด ชาวต่างชาติน่าจะเหมาะสำหรับคุณ เพราะการลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่าคอนโด เปรียบเสมือนการออมระยะยาวประเภทหนึ่ง ซึ่งให้ผลตอบเฉลี่ยค่อนข้างดีประมาณ5-8% ต่อปี ข้อสำคัญ คุณยังได้หลักประกันเป็นทรัพย์สินที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ ไม่ใช่สัญญากระดาษขายฝันเหมือนการลงทุนประเภทอื่นๆ คุณอาจจะสงสัยว่าลงทุนแล้วไม่มีความเสี่ยงเป็นไปได้หรือคำตอบก็คือ เป็นไปได้แน่นอน ถ้าคุณลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนระยะยาว คือซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่าคอนโด เป็นหลักไม่ได้ซื้อคอนโดเพื่อขายเก็งกำไร ส่วนวิธีจะเลือกซื้อคอนโดแบบไหนอย่างไรเพื่อดึงดูดผู้เช่าคอนโด ชาวต่างชาติและให้ได้ค่าเช่าคอนโด เป็นที่น่าพอใจนั้น ลองพิจารณาข้อมูลดังต่อไปนี้ ซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเพื่อให้คุณได้รับผลตอบแทนคุ้มค่าอย่างต่อเนื่องในระยะยาวชาวต่างชาติส่วนใหญ่กว่า 80% โดยเฉพาะชาวต่างชาติค่อนข้างมีระดับ (upscale foreigners) นิยมเช่าคอนโด บนแนวถนนสุขุมวิทใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ระหว่างสถานีชิดลมไปจนถึงสถานีเอกมัยซึ่งสามารถเดินจากคอนโดไปสถานีรถไฟฟ้าได้ภายใน 10-15 นาที คอนโดใหม่เพิ่งสร้างเสร็จหรือคอนโดเก่าที่มีการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพใหม่เสมอ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงห้องของคุณที่ตกแต่งสวย ทันสมัย น่าอยู่ และมีเฟอร์นิเจอร์ครบ จะเป็นที่ต้องการมากกว่า ประมาณ 50%ของชาวต่างชาติกลุ่มนี้ ต้องการเช่าคอนโด ห้องขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่ระหว่าง 50 – 70 ตรม และ 30% ต้องการเช่าคอนโด ห้องขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ระหว่าง 70 – 120 ตรมการตั้งราคาค่าเช่าคอนโด เป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่ต้องคำนึงถึง เพราะถ้าคุณตั้งราคาได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับช่วงเวลาและสภาวะเศรษฐกิจแล้ว ห้องของคุณจะเป็นที่ต้องการมากกว่าห้องของผู้ให้เช่าคอนโด รายอื่นๆ วิธีต่อไปนี้สามารถช่วยคุณกำหนดค่าเช่าคอนโด ได้อย่างเหมาะสมเพื่อดึงดูดผู้เช่าชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี
1.
ให้นำอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำมาเป็นตัวกำหนดเพื่อคำนวนค่าเช่าคอนโด ขั้นต่ำสุด
2.
ให้สำรวจราคาค่าเช่าคอนโด ของคอนโดระดับเดียวกับคุณเพื่อคำนวนค่าเช่าคอนโด ขั้นสูงสุด
ตัวอย่างการคำนวณสมมุติว่าคุณซื้อคอนโด 1 ห้องนอน ขนาด 50 ตรม ราคา 4 ล้านบาท ราคาค่าเช่าคอนโด ทั่วไปในขณะนั้นสำหรับคอนโดระดับเดียวกับคุณคือ 25,000 บาทต่อเดือน หรือ 300,000 บาทต่อปี (7.5%) คราวนี้มาดูดอกเบี้ยเงินฝากประจำประเภท 1 ปีอยู่ที่ประมาณ 2% ต่อปี สมมุติว่าเทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำแล้วคุณพอใจกับผลตอบแทนขั้นต่ำอยู่ที่ 5%ต่อปี เปรียบเป็นค่าเช่าคอนโด 200,000 บาทต่อปี หรือประมาณ 17,000บาทต่อเดือน จะเห็นได้ว่าราคาค่าเช่าคอนโด ขั้นต่ำที่คุณตั้งไว้ต่ำกว่าราคาตลาดคอนโดถึง 8,000 บาท ซึ่งคุณสามารถใช้ส่วนต่างนี้ไว้ต่อรองกับลูกค้าเพื่อสู้กับผู้ให้เช่าคอนโด รายอื่นได้อย่างสบาย ยิ่งไปกว่านั้น ราคาค่าเช่าคอนโด ขั้นต่ำที่คุณตั้งไว้ยังสามารถดึงดูดผู้เช่าคอนโด คนไทยอีกด้วยระยะเวลาเช่าคอนโด ก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าคุณกำหนดระยะเวลาเช่าคอนโด ตายตัวว่าต้อง 1 ปีขึ้นไปเท่านั้น คุณจะเสียฐานลูกค้าที่ต้องการเช่าคอนโด ระยะสั้นไป ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากทีเดียว ข้อดีของการปล่อยเช่าคอนโด ระยะสั้นคือ ช่วยสร้างรายได้ให้กับคุณขณะที่คุณยังหาผู้เช่าคอนโด ระยะยาวไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อห้องของคุณว่างไม่มีใครสนใจเช่าคอนโด ระยะยาวมานาน ข้อสำคัญ โอกาสที่คุณจะได้ค่าเช่าคอนโด เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่าการให้เช่าคอนโด ระยะยาวเป็นไปได้สูง เพราะมีผู้ให้เช่าคอนโด น้อยรายที่ปล่อยเช่าคอนโด ระยะสั้น การบริหารและกำหนดระยะเวลาเช่าคอนโด อย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ห้องของคุณมีคนต้องการเช่าคอนโด อยู่ตลอดเวลาดังนั้นจะเห็นได้ว่า การลงทุนซื้อคอนโดเพื่อให้ชาวต่างชาติเช่าคอนโด นั้น ถ้าคุณมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาแนะนำที่พร้อมให้ข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเลือกคอนโด การตั้งราคาค่าเช่าคอนโด และระยะเวลาเช่าคอนโด ที่เหมาะสม การจัดหาผู้เช่าคอนโด ให้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการเจรจาต่อรองกับผู้เช่าคอนโด เรื่องราคาค่าเช่าคอนโด ระยะเวลาเช่าคอนโด ฯลฯ เพื่อให้คุณได้ประโยชน์สูงสุด รับประกันได้เลยว่าคุณจะมีความสุขกับผลตอบแทนที่ดีและความมั่นคงที่ได้รับจากการลงทุนไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร

ลงทุนซื้อคอนโดที่มีการรับประกันผลตอบแทนอย่างไรให้มั่นคงปลอดภัยข้อดีของการซื้อคอนโดที่มีการรับประกันผลตอบแทนคือ คุณไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการหาผู้เช่าคอนโด ข้อสำคัญ ยังได้ผลตอบแทนรายปีที่แน่นอนอีกด้วยผลตอบแทน และ ระยะเวลารับประกันผลตอบแทน เป็นปัจจัยที่สามารถบอกถึงมูลค่าและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนการลงทุนในระยะยาวของคอนโดนั้นๆได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะถ้าคอนโดนั้นเป็นโครงการคอนโดใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จสมบูรณ์หรือใกล้จะสร้างเสร็จ เพราะการที่เจ้าของโครงการคอนโดกล้ารับประกันผลตอบแทนต่อปีสูง และระยะเวลารับประกันยาวหลายปี เช่น ให้ผลตอบแทน 6% ต่อปี ระยะเวลารับประกัน3 ปี สามารถพิจารณาได้ว่า เจ้าของโครงการคอนโดมั่นใจว่าจะมีผู้สนใจเช่าคอนโด เป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง และผู้เช่าคอนโด จะยินยอมจ่ายค่าเช่าคอนโด ในราคาสูง ที่สำคัญ ยังสามารถทำให้ประเมินได้ว่าโอกาสที่ผู้ซื้อคอนโดจะได้รับผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอในระยะยาวก็สูงตามไปด้วยหลังจากระยะเวลารับประกันสิ้นสุดลง ซึ่งรวมถึงการขายต่อเพื่อทำกำไรแต่ในปัจจุบัน มีคอนโดใหม่หลายโครงการคอนโดที่ให้ข้อเสนอการรับประกันผลตอบแทนไม่ต่างกัน การเลือกซื้อคอนโดจึงต้องย้อนกลับไปนำเรื่องคุณภาพการออกแบบก่อสร้างของคอนโดแต่ละแห่งมาประกอบการพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง คอนโดที่มีมาตรฐานการออกแบบก่อสร้างคุณภาพสูงและมีเอกลักษณ์โดดเด่น แตกต่างจากคอนโดอื่นๆ ย่อมคุ้มค่าที่จะลงทุนมากกว่า ตัวอย่างเช่น โครงการ คอนโดเลอ โมนาโค เรสซิเด้นซ์ ที่ใช้เวลากว่า1 ปี ในการสร้างสรรค์ทุกรายละเอียดอย่างมีเอกลักษณ์โดดเด่น ซึ่งคงไม่สามารถหาโครงการคอนโดใดเทียบได้ในทศวรรษนี้ ด้วยสถาปัตยกรรมล้ำสมัยคุณภาพสูง 30 ชั้น จำนวนยูนิตทั้งหมดเพียง 68 ยูนิต พร้อมที่จอดรถมากถึง 96 คัน วัสดุที่ใช้ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ช่วยประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าใช้จ่าย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ก่อให้เกิดมลพิษและสภาวะโลกร้อน ไม่ว่าจะเป็น
สีทาภายใน เป็นสีพิเศษนำเข้าจากยุโรป ผลิตจากส่วนผสมธรรมชาติ เช่น น้ำมันเมล็ดฝ้าย น้ำมันสน น้ำมันจากผลส้ม ยางไม้ ดินเหนียว ชอล์ค รวมถึงผงสีจากธรรมชาติ จึงปลอดภัยต่อทุกลมหายใจและสัมผัสของผู้อยู่อาศัย
กระจกอาคาร เป็นกระจกหนาพิเศษถึง 18.8 มม. ประกอบด้วยกระจกลามิเนต ชั้นอากาศ พร้อมกระจกฉนวนกันความร้อนเคลือบ Low-Emissivity ช่วยกันความร้อนจากภายนอก พร้อมกักเก็บความเย็นที่อยู่ภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ช่วยให้ประหยัดไฟค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังช่วยป้องกันรังสียูวี และลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้เป็นอย่างดี
ระบบไฟภายในห้องคอนโด ถูกออกแบบให้อยู่ในสภาวะลดการเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นคลื่นรังสีที่แผ่กระจายจากปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆรอบตัวผู้อยู่อาศัย เช่น ทีวี คอมพิวเตอร์ อันเป็นตรายต่อสุขภาพ
ระบบน้ำประปา จะได้รับการบำบัดด้วยระบบกรองน้ำ UV Filter ซึ่งเป็นกระบวนการฆ่าเชื้อโรคในน้ำด้วยคลื่นรังสี UVC
ระบบน้ำดื่ม ภายในครัวคอนโดทุกยูนิต จะติดตั้งก๊อกน้ำดื่มแยกต่างหากจากก๊อกสำหรับชำระล้างพร้อมระบบกรองน้ำดื่มแบบ Reverse Osmosis เพื่อให้ได้น้ำดื่มบริสุทธิ์มาตรฐานเดียวกับน้ำในประเทศยุโรป
ระบบรักษาความปลอดภัย ตัวตึกได้รับการออกแบบให้ทนต่อความรุนแรงแผ่นดินไหวถึงระดับโซน 2ซึ่งความรุนแรงของแผ่นดินไหวในประเทศไทยจัดอยู่ในระดับโซน 1 เท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นโครงการคอนโดยังมีระบบป้องกันน้ำท่วมอาคารและชั้นใต้ดิน รวมถึงติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดมากกว่า100 จุด ทั่วอาคารอีกด้วยนอกจาก การออกแบบก่อสร้างที่พิถีพิถันทุกตารางนิ้วเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีมาตรฐานคุณภาพชีวิตสูงเทียบเท่ากับคุณภาพชีวิตในประเทศยุโรปแล้ว โครงการคอนโดยังพร้อมมอบข้อเสนอพิเศษสุดสำหรับนักลงทุนผู้มองการไกลโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น
1.
การให้ผ่อนนาน 4 ปี ไม่มีดอกเบี้ย
2.
การรับประกันผลตอบแทนการลงทุน 15% ทันทีที่ซื้อคอนโด
3.
การรับประกันผลตอบแทน 6.5% ต่อปี นาน 3 ปี
เลอ โมนาโค เรสซิเด้นซ์ จึงเป็นโครงการคอนโดที่ควรค่าแก่ลงทุนที่สุดโครงการคอนโดหนึ่งในทศวรรษนี้
โครงการ คอนโดเลอ โมนาโค ตั้งอยู่ในพหลโยธิน ซอย 11 บนทำเลที่เงียบสงบ สภาพแวดล้อมดี ปลอดภัยคุณสามารถสอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุจิณ โทร. 089 229 8881




ลงทุนซื้อคอนโด
ให้ชาวต่างชาติเช่า ได้ผลตอบแทนดี ข้อสำคัญ ไร้ความเสี่ยง


ถ้าคุณกำลังมองหาช่องทางการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและได้ผลตอบแทนดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก การลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่าคอนโด ชาวต่างชาติน่าจะเหมาะสำหรับคุณ เพราะการลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่าคอนโด เปรียบเสมือนการออมระยะยาวประเภทหนึ่ง ซึ่งให้ผลตอบเฉลี่ยค่อนข้างดีประมาณ 5-8% ต่อปี ข้อสำคัญ คุณยังได้หลักประกันเป็นทรัพย์สินที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ ไม่ใช่สัญญากระดาษขายฝันเหมือนการลงทุนประเภทอื่นๆ คุณอาจจะสงสัยว่าลงทุนแล้วไม่มีความเสี่ยงเป็นไปได้หรือ คำตอบก็คือ เป็นไปได้แน่นอน ถ้าคุณลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนระยะยาว คือซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่าคอนโด เป็นหลัก ไม่ได้ซื้อคอนโดเพื่อขายเก็งกำไร ส่วนวิธีจะเลือกซื้อคอนโดแบบไหนอย่างไรเพื่อดึงดูดผู้เช่าคอนโด ชาวต่างชาติและให้ได้ค่าเช่าคอนโด เป็นที่น่าพอใจนั้น ลองพิจารณาข้อมูลดังต่อไปนี้ ซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเพื่อให้คุณได้รับผลตอบแทนคุ้มค่าอย่างต่อเนื่องในระยะยาวชาวต่างชาติส่วนใหญ่กว่า 80% โดยเฉพาะชาวต่างชาติค่อนข้างมีระดับ (upscale foreigners) นิยมเช่าคอนโด บนแนวถนนสุขุมวิทใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ระหว่างสถานีชิดลมไปจนถึงสถานีเอกมัย ซึ่งสามารถเดินจากคอนโดไปสถานีรถไฟฟ้าได้ภายใน 10-15 นาที คอนโดใหม่เพิ่งสร้างเสร็จหรือคอนโดเก่าที่มีการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพใหม่เสมอ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงห้องของคุณที่ตกแต่งสวย ทันสมัย น่าอยู่ และมีเฟอร์นิเจอร์ครบ จะเป็นที่ต้องการมากกว่า ประมาณ 50% ของชาวต่างชาติกลุ่มนี้ ต้องการเช่าคอนโด ห้องขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่ระหว่าง 50 – 70 ตรม และ 30% ต้องการเช่าคอนโด ห้องขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ระหว่าง 70 – 120 ตรมการตั้งราคาค่าเช่าคอนโด เป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่ต้องคำนึงถึง เพราะถ้าคุณตั้งราคาคอนโดได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับช่วงเวลาและสภาวะเศรษฐกิจแล้ว ห้องของคุณจะเป็นที่ต้องการมากกว่าห้องของผู้ให้เช่าคอนโด รายอื่นๆ วิธีต่อไปนี้สามารถช่วยคุณกำหนดค่าเช่าคอนโด ได้อย่างเหมาะสมเพื่อดึงดูดผู้เช่าคอนโด ชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี1. ให้นำอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำมาเป็นตัวกำหนดเพื่อคำนวนค่าเช่าคอนโด ขั้นต่ำสุด2. ให้สำรวจราคาค่าเช่าคอนโด ของคอนโดระดับเดียวกับคุณเพื่อคำนวนค่าเช่าคอนโด ขั้นสูงสุดตัวอย่างการคำนวณ:สมมุติว่าคุณซื้อคอนโด 1 ห้องนอน ขนาด 50 ตรม ราคา 4 ล้านบาท ราคาค่าเช่าคอนโด ทั่วไปในขณะนั้นสำหรับคอนโดระดับเดียวกับคุณคือ 25,000 บาทต่อเดือน หรือ 300,000 บาทต่อปี (7.5%) คราวนี้มาดูดอกเบี้ยเงินฝากประจำประเภท 1 ปีอยู่ที่ประมาณ 2% ต่อปี สมมุติว่าเทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำแล้ว คุณพอใจกับผลตอบแทนขั้นต่ำอยู่ที่ 5%ต่อปี เปรียบเป็นค่าเช่าคอนโด 200,000 บาทต่อปี หรือประมาณ 17,000 บาทต่อเดือน จะเห็นได้ว่าราคาค่าเช่าคอนโด ขั้นต่ำที่คุณตั้งไว้ต่ำกว่าราคาตลาดถึง 8,000 บาท ซึ่งคุณสามารถใช้ส่วนต่างนี้ไว้ต่อรองกับลูกค้าเพื่อสู้กับผู้ให้เช่าคอนโด รายอื่นได้อย่างสบาย ยิ่งไปกว่านั้น ราคาค่าเช่าคอนโด ขั้นต่ำที่คุณตั้งไว้ยังสามารถดึงดูดผู้เช่าคอนโด คนไทยอีกด้วยระยะเวลาเช่าคอนโด ก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าคุณกำหนดระยะเวลาเช่าคอนโด ตายตัวว่าต้อง 1 ปีขึ้นไปเท่านั้น คุณจะเสียฐานลูกค้าที่ต้องการเช่าคอนโด ระยะสั้นไป ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากทีเดียว ข้อดีของการปล่อยเช่าคอนโด ระยะสั้นคือ ช่วยสร้างรายได้ให้กับคุณขณะที่คุณยังหาผู้เช่าคอนโด ระยะยาวไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อห้องของคุณว่างไม่มีใครสนใจเช่าคอนโด ระยะยาวมานาน ข้อสำคัญ โอกาสที่คุณจะได้ค่าเช่าคอนโด เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่าการให้เช่าคอนโด ระยะยาวเป็นไปได้สูง เพราะมีผู้ให้เช่าคอนโด น้อยรายที่ปล่อยเช่าคอนโด ระยะสั้น การบริหารและกำหนดระยะเวลาเช่าคอนโด อย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ห้องของคุณมีคนต้องการเช่าคอนโด อยู่ตลอดเวลาดังนั้นจะเห็นได้ว่า การลงทุนซื้อคอนโดเพื่อให้ชาวต่างชาติเช่าคอนโด นั้น ถ้าคุณมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาแนะนำที่พร้อมให้ข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเลือกคอนโด การตั้งราคาค่าเช่าคอนโด และระยะเวลาเช่าคอนโด ที่เหมาะสม การจัดหาผู้เช่าคอนโด ให้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการเจรจาต่อรองกับผู้เช่าคอนโด เรื่องราคาค่าเช่าคอนโด ระยะเวลาเช่าคอนโด ฯลฯ เพื่อให้คุณได้ประโยชน์สูงสุด รับประกันได้เลยว่าคุณจะมีความสุขกับผลตอบแทนที่ดีและความมั่นคงที่ได้รับจากการลงทุนไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไรถ้าคุณต้องการผู้เชี่ยวชาญปรึกษาเรื่องการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ กรุณาติดต่อ คุณสุจิณ 089 229 8881

 

หลักฮวงจุ้ย

posted on 26 Nov 2009 00:24 by fishthailand
 

เลือกชั้นคอนโดมิเนียมอย่างไรให้ถูกหลักฮวงจุ้ยและหลักสถาปัตย์ฯสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างแรกในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมได้แก่การเลือก ชั้นของคอนโดมิเนียมนั้นๆ โดยสำหรับศาสตร์ฮวงจุ้ยและหลักทางสถาปัยกรรมนั้น ทั้งซินแสและสถาปนิกต่างก็ให้ความสำคัญในการเลือกชั้นของคอนโดมิเนียมเป็นอย่างมาก หากเราสามารถเลือกชั้นของคอนโดมิเนียมที่ดีได้นั้น ก็ทำให้ห้องของเรามีสิทธิที่จะเป็นห้องที่มีฮวงจุ้ยที่ดีได้มากครับในบทความนี้ผมจะขอพูดถึงหลักการเลือกชั้นของคอนโดมิเนียมสำหรับศาสตร์ฮวงจุ้ยในเชิงชัยภูมิ(Landform Feng Shui Thoery) โดยยังไม่คำนึงถึงศาสตร์ในเชิงองศาทิศทาง(Compass Feng Shui Threory) เพราะศาสตร์ทางด้านชัยภูมินั้นมีความสอดคล้องกับหลักการทางสถาปัตยกรรมเป็นอย่างมาก ส่วนศาสตร์ฮวงจุ้ยในเชิงองศาทิศทางนั้นต้องใช้เวลาในการอธิบายค่อนข้างนานครับ โดยสิ่งที่เราใช้พิจารณาจะมีดังต่อไปนี้1. ให้เลือกชั้นคอนโดที่มั่นใจว่าไม่โดนอาคารอื่นๆมาบดบังลม เนื่องจากหลักการของศาสตร์ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องของการบริหารพลังงานจากกระแสอากาศหรือกระแสลม ดังนั้นหากเราอยู่คอนโดมิเนียมในชั้นที่มีอาคารข้างเคียงบดบังและเมื่อยืนที่หน้าปากประตูระเบียงหรือหน้าต่างบานที่ติดอยู่กับผนังด้านนอกของอาคารแล้ว ปรากฎว่าไม่มีกระแสลมธรรมชาติพัดผ่าน ก็จะจัดว่าห้องคอนโดของเรานั้นมีฮวงจุ้ยที่ไม่ดี ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจว่าห้องของเราสามารถรับลมได้ ก็ขอให้เลือกชั้นคอนโดที่สูงกว่าอาคารอื่นๆ จะไม้โดนอาคารอื่นๆมาบังกระแสลมที่จะพัดผ่านเข้าห้องเราได้อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นที่ต้องเลือกชั้นคอนโดที่อยู่ต่ำกว่าอาคารข้างเคียง ก็ขอให้มีระยะห่างระหว่างอาคารของเราและอาคารข้างเคียงอยู่พอสมควร เพื่อให้กระแสลมยังมีโอกาสพัดผ่านเข้ามาได้บ้าง ก็ยังนับว่ามีโอกาสที่จะมีฮวงจุ้ยที่ดีอยู่ครับ2. ให้เลือกชั้นคอนโดที่สูงกว่าทางยกระดับ ทางด่วน แนวรถไฟฟ้า เนื่องจากสิ่งก่อสร้างดังกล่าวนั้นถือว่ามีการจ่ายกระแสออกมาอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้สภาพของห้องคอนโดเรานั้นรับกับกระแสตลอดเวลาจนมีความเป็นหยางมากเกินไป ไม่เหมาะกับการพักผ่อนหรืออยู่อาศัยนอกจากนี้ สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวยังเป็นสิ่งที่จะบังกระแสลมจากธรรมชาติไม่ให้พัดผ่านเข้ามาที่ห้องคอนโดของเราได้สะดวกด้วย หรือถ้ามองในอีกด้านหนึ่งสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นที่มาของมลภาวะที่ไม่ดีทางอากาศและเสียง หากเราอยู่อาศัยในห้องของคอนโดมิเนียมที่อยู่บนชั้นที่ยังไม่พ้นแนวทางยกระดับ ทางด่วน แนวรถไฟฟ้า ก็จะส่งผลไม่ดีเกี่ยวกับสุขภาพได้เช่นเดียวกัน3. ให้เลือกชั้นคอนโดที่สูงกว่าโรงพยาบาลหรือวัด หากคอนโดมิเนียมของท่านอยู่ติดกับสถานที่ดังกล่าวเพราะโรงพยาบาลและวัดนั้นถือว่า เป็นสถานที่ที่มีคนเจ็บป่วยและเสียชีวิตอยู่เป็นจำนวนมากจึงถือว่าเป็นสถานที่ที่มีความเป็นหยินมาก โดยเฉพาะหากคอนโดมิเนียมของเรามีผู้สูงอายูที่ร่างกายมีความเป็นหยินค่อนข้างมากอยู่ด้วย จะยิ่งมีโอกาสทำให้ผู้สูงอายุรับพลังงานที่เป็นหยินมากขึ้นไปอีกทำให้มีผลไม่ดีเกี่ยวกับทางด้านสุขภาพหากท่านสามารถเลือกชั้นคอนโดที่สูงกว่าได้ แม้ว่าคอนโดมิเนียมของท่านจะอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลหรือวัดก็ไม่ถือว่ามีฮวงจุ้ยที่ไม่ดี เพราะโอกาสที่กระแสลมจะพัดตีสูงขึ้นนั้นเป็นไปได้ยากแต่หากจำเป็นต้องเลือกชั้นคอนโดที่ต่ำกว่าสถานที่ดังกล่าว ท่านจำเป็นต้องได้รับการปรับแก้ฮวงจุ้ยครับ4. หากจำเป็นต้องเลือกห้องคอนโดที่ค่อนข้างต่ำ ต้องหาจุดที่จ่ายกระแสชดเชยได้ เช่นเป็นห้องที่อยู่ระหว่างแนวอาคารด้านตรงข้ามทำให้เกิดลักษณะช่องลมพัดผ่านเข้ามาที่ห้องของท่านหรืออยู่ใกล้กับโถงลิฟท์ ที่จะได้กระแสอากาศจากกลุ่มคนที่ออกมาจากลิฟท์โดยสารแต่อาจจะต้องชดเชยกับเสียงรบกวนที่มีมากขึ้นไปด้วยครับหรือ การตั้งน้ำพุ น้ำล้น น้ำตก ตู้ปลา เพื่อชดเชยกระแสลมที่ได้ลดน้อยลง เนื่องจากเลือกคอนโดมิเนียมที่อยู่ชั้นไม่สูง จะไม่ค่อยมีกระแสลมธรรมชาติพัดผ่านครับอย่างไรก็ตามการเลือกชั้นคอนโดมิเนียมนั้นก็ยังจำเป็นต้องได้รับการประเมินควบคู่ไปกับการเลือกตำแหน่งห้องในชั้นนั้นๆเช่นเดียวกัน เพราะคอนโดมิเนียมที่หันทิศทางต่างๆกันก็จะส่งผลดีและร้ายต่างกัน แม้ว่าจะอยู่บนชั้นเดียวกัน ดังนั้นหากท่านต้องการเลือกคอนโดมิเนียมที่มีฮวงจุ้ยที่ดีทั้งในภาพรวมและยังเหมาะสมกับดวงชะตาของสมาชิกในครอบครัวทุกคนท่านจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากซินแสที่มีประสบการณ์ครับ

 โดย อ.ตะวัน เลขะพัฒน์

ข่าวดีจาก Grand dimond ราชเทวี

posted on 24 Nov 2009 18:31 by fishthailand

ขายคอนโด Grand dimond ราชเทวี ราคา6ล้าน หรือผ่อนเพียง 30000 ต่อเดือน 1.ซื้อคอนโดอยู่เองก้อได้หรือ 2. ขายคอนโด พร้อมคนเช่าคอนโด 25000ต่อเดือนมีรายได้ทันที (ฝรั่งเช่าคอนโด 30000-34000) และรับบริหารหาคนเช่าคอนโด ให้ตลอดชีพครับ ติดห้างพันธทิพย์ หลังโรงแรม Grand Diamond ใกล้ประตุน้ำ ใกล้central worldขายคอนโด ราคา 6ล้านgrand dimond 65.5ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำเลดี วิวดี มีหน้ามุขชมวิว 2นอน 2น้ำ 2air ลิฟท์ รปภ reception สระว่ายน้ำ ฟิตเนท สปา ร้านอาหารของโรงแรมติดสระว่ายน้ำ KFC ,PIZZAHUT, IMAX, เฟอร์ ครบ tv ตู้เตียง 2air วิวสุงสวย ชั้น30 ใช้เวลา20นาทีถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ติดต่อ0841231300 1.ซื้อคอนโดเองเจรจาคนเช่าคอนโด ออกได้ครับ หรือ2.จะเอาแบบลงทุน มีคนเช่าคอนโด แล้ว มีรายได้ทันที เดือนละ25000-34000 รายได้ปีละ 300,000-408,000 ให้เช่าคอนโด 10ปี รายได้3-4ล้าน 20ปี มีรายได้ 6-8 ล้าน คืนทุนทันทีครับ ลงทุนอสังหาริมทรัพย์โดยการปล่อยเช่าคอนโด ในคอนโดย่านใจกลางเมืองคนเช่าคอนโด เยอะ ดีกว่าเอาเงินไปฝากแบงค์ดอกเบี้ย 0.5percent เทียบกับ 4-5 percent ผลตอบแทนมากกว่า 5-10เท่าของผลตอบแทนของแบงค์ เมือท่านตัดสินใจซื้อคอนโดนี้ หาคนเช่าคอนโด ง่ายเพราะอยู่ใจกลางเมือง พ่อค้า นักธุรกิจ นิสิตจุฬา คนจีน คนมาเลย์ ฝรั่ง เคยเช่าคอนโด ที่34,000 พอดีเป็นคนรุ้จักเลยให้เช่าคอนโด ราคาถูก ผุ้เช่าคอนโด รายต่อไปควรตั้งราคาที่30000-40000ต่อเดือน ใช้ได้ทั้งนายหน้าหาคนเช่าคอนโด หรือว่า ติดป้ายหาคนเช่าคอนโด ตรงประชาสำพันธ์ด้านล่างก็ได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องหาคนเช่าคอนโด เพราะอยู่ย่านใจกลางเมือง หาคนเช่าคอนโด ง่ายมาก เราขายคอนโด แล้วรับดูแลให้คำปรึกษาเรื่องหาคนเช่าคอนโด ได้ ติด ต่อ 084 123 1300 หรือ rabbit10000@gmail.com ผู้ออกค่าโอนและค่าภาษี (งดนายหน้า)พิเศษตัดสินใจเร็ว ซื้อคอนโดภายใน1เดือน หรือ2อาทิตย์จะมีส่วนลดให้ ยิ่งตัดสินใจเร็วส่วนลดยิ่งมากตาม 1.ตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะ ผลตอบแทนเท่ากับหรือมากกว่าซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย ต้องการลงทุนอสังหาริมทรัพย์และดอกเบี้ย ผลตอบแทน ดีกว่าฝากแบงค์ 5-10เท่า รายได้ถึงปีละ 3-4แสนบาทต่อปี 3-4ล้านต่อ 10ปี 6-8ล้านต่อ20ปีคืนทุนทันที ผลตอบแทนการปล่อยเช่าคอนโด อยู่ที่ 4-5เปอร์เซนต์ต่อปี เทียบกับฝากแบงค์ แทบไม่ได้อะไรดอกเบี้ยแบงค์อยู่ที่ 0.5-1 เปอร์เซ็นต์ต่อปี อ้างอิงจากเวปไซด์อัตราดอกเบี้ยของธนาคารพานิชย์ ตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะ 20ปีได้ค่าเช่าคอนโด 6-8ล้าน คืนทุนและคุ้มทุนทันทีหรือเกินมาอีก1-2ล้านอีกด้วย จากนั้นปล่อยให้เช่าคอนโด ต่อหรือว่าขายคอนโด ทำกำไรอีก 6 ล้านบาท เป็นแนวทางที่นักลงทุนฉลาดๆอย่างท่านได้กำไรอย่างงดงามและไม่ลำบากแต่อย่างใด3.ตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะอยุ่ใกล้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ห้างParagon ห้าง Central World ใกล้ห้าง IT พันทิพย์ ห้างPlatinumร้านขายเสื้อผ้าราคาถูก Big C เพราะคอนโดที่ท่านซือ้คอนโดนี้อยู่ใจกลางเมือง 4.ตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะมี ที่จอดรถส่วนตัว 5.ตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะ มีสระว่ายน้ำ ใกล้โรงแรม มี สปาและนวดเท้า ไว้ผ่อนคลาย 6.ตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะหาคนเช่าคอนโด ง่ายดาย ใจกลางเมือง ติดบอร์ดประชาสำพันธ์ Internet Marketingหรือให้นายหน้าหาให้ได้7.ตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะมีคนเช่าคอนโด ไว้แล้ว มีสัญญาเช่าคอนโด พร้อม 1ปี พร้อมมีรายได้ทันที ไม่ต้องหาเอง 8.ตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะ ไม่กังวลและสบายใจเรื่องหาคนเช่าคอนโด เพราะท่านทราบดีกว่า เป็นคอนโดย่านใจกลางเมือง ย่านธุรกิจ มีคนเช่าคอนโด มากมายทั้งในและต่างประเทศ ท่านสามารถติดประกาศเช่าคอนโด เองที่ประชาสำพันธ์ด้านล่างแค่นี้ก็มีคนติดต่อมากมายหรือวิธีที่สองคือ ยังมีบริษัทนายหน้ามืออาชีพ วิ่งหาคนเช่าคอนโด ให้ท่านอีกด้วย โดยท่านจ่ายค่าตอบแทนเป็นค่าเช่าคอนโด เดือนแรกให้กับนายหน้าหาคนเช่าคอนโด และเจ้าของเก่าให้คำปรึกษาและดุแลเรื่องคนเช่าคอนโด และหาบริษัทนายหน้า ให้ท่านอีกด้วย ท่านจึงตัดสินใจอย่างสบายใจในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์นี้9.ตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะลูกค้าดูแลห้องดี ไม่ทำห้องเสียหาย รักษาห้อง เนื่องจากเป็นลูกค้าระดับ hi-end รายได้สูง การศึกษาสูงโดยปกติคนที่มาเช่าคอนโด มีรายได้ประมาณ 1 แสนบาทขึ้นไป ท่านจึงสบายใจและมั่นใจในด้านการลงทุนในทรัพย์นี้10.ตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะ มีเงินสดเก็บไว้ อยากหาการลงทุนแบบปลอดภัยไม่เสี่ยง ผลตอบแทนที่แน่นอนชัดเจน และมีผุ้ชำนาญ ให้คำปรึกษา 11.ตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะ ท่านไม่ต้องการซื้อรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสินทรัพย์ที่ซื้อหรือลงทุนไปแล้วเสื่อมค่า นับวันมีแต่ราคาลงไปเรื่อยๆ ท่านจึงตัดสินใจ ซื้อคอนโดหรือลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เพราะท่านทราบดีว่า ทรัพย์พวกนี้จะราคามีแต่ขึ้น1-3 percentในทุกๆปี ยิ่งถ้าในช่วงภาวะเศษฐกิจดี เมือเศษฐกิจไทยฟื้นตัวแล้ว ราคาคอนโดจะพุ่งสูงขึ้นมาก 12.ตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะว่า ท่านทราบดีกว่า คอนโดราคาถูกมากในภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ราคาคอนโดจึงตก ท่านจึงฉวยโอกาศนี้ได้คอนโดที่ถูก คุ้มค่า ดีกว่าไปซื้อคอนโดช่วงเศรษฐกิจดีมาก จะซื้อคอนโดแพง เวลาขายคอนโด ต่อจึงยาก เข้าหลักการซื้อถูกขายคอนโด แพง buy low sell high การตัดสินใจซื้อคอนโดในช่วงนี้จึงเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด มองกาลไกลและคุ้มค่าต่อประโยชน์และผลตอบแทนของท่านอย่างที่สุด13.ตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะ ท่านทราบดีว่าการลงทุนคอนโดนั้น เท่ากับว่า มันทำงานให้ท่าน 24 ชั่วโมง 7วันต่อสัปดาห์ โดยทำเงินทั้งๆๆที่ท่านหลับอยู่ ไม่ต้องดูแลมาก บริหารจัดการไม่ยุ่งยาก ใช้เงินทำงานให้เราตลอด24ชั่วโมง 14.ตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะ ท่านทราบดีกว่า การลงทุนคอนโด เป็นหนึ่งใน ธุรกิจที่ไม่ต้องเรียนและศึกษามาก ไม่ซับซ้อน ทำความเข้าใจได้ง่าย สามารถทำความเข้าใจได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ต่างกับธุรกิจอื่นต้องสั่งสมประสบการณ์นานนับ10ปี 15.ตัดสินใจซือ้คอนโดเพราะ ไม่ต้องบริหารดูแลมาก นอกจากท่านทำความเข้าใจ การลงทุนคอนโดได้ง่ายแล้วท่านยัง ไม่หนักใจในการดุแลและบริหารงานอีกด้วย เนื่องจากการลงทุนคอนโด โดยการปล่อยเช่าคอนโด นั้น ใช้เวลาน้อยในการดูแล a few hour a weekท่านไม่ต้องทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ หรือ รบกวนงานประจำ หรือธุรกิจหลัก ของท่าน ซ้ำยังมีรายได้จากการเช่าคอนโด ที่แน่นอนต่อเดือนอีกด้วย อีกทั้งยังใช้บริษัทนายหน้าคอยดูแลบริหารการเช่าคอนโด ให้มีคนมาเช่าคอนโด ไม่ให้ขาดอยู่ตลอดเวลา เป็นวิธีใช้เงินทำงานอย่างชาญฉลาด ท่านจึงสะดวกใจในการลงทุน ไม่เสี่ยง ปลอดภัย ได้ผลตอบแทนแน่นอน ดีกว่าผลตอบแทนจากการฝากแบงค์ 5-10เท่าต่อปี 16.ธุรกิจคอนโด มีมานานนับ1000ปี มีวิธีการบริหารที่แน่นอน ไม่เสี่ยง เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ปลอดภัยและทำเงินที่สุดเทียบกับ software computer manufacturing commodity etc.17.ซื้อคอนโดแล้วเรารับบริหาร หาคนเช่าคอนโด ให้ตลอดชีพครับ สบายไม่ต้องกังวลเรื่องหาคนเช่าคอนโด ครับ18 คอนโดนี้ซื้อสด ไม่มีติดแบงค์ครับ 19. ตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะ ใกล้สนามบิน เพียง 20นาที ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

แนะนำโครงการคอนโดดีๆ

posted on 23 Nov 2009 23:50 by fishthailand
ผ่ากลยุทธ์คอนโด6 แสนบาท ทำเลคอนโดกลางใจเมืองของ อดีตสว.ชัยภูมิ "นิรัตน์ อยู่ภักดี" Low Profile High Demand ต้นทุนคอนโดการตลาดต่ำ ไม่เน้นโฆษณา ทำราคาถูก แต่ขายคอนโด ได้ เจาะกลุ่มคนอยู่หอพัก อพาร์ทเมนท์ ด้วย 4 สูตรลงทุน บวก 1 สูตรสำเร็จ และแผนลงทุนในปี 52 อีก 3,000 ยูนิตบนทำเลคอนโดคนเมือง ผ่ากลยุทธ์คอนโด6 แสนบาท ทำเลกลางใจเมืองของ อดีตสว.ชัยภูมิ "นิรัตน์ อยู่ภักดี" Low Profile High Demand ต้นทุนคอนโดการตลาดต่ำ ไม่เน้นโฆษณา ทำราคาถูก แต่ขายคอนโด ได้ เจาะกลุ่มคนอยู่หอพัก อพาร์ทเมนท์ ด้วย 4 สูตรลงทุน บวก 1 สูตรสำเร็จ และแผนลงทุนในปี 52 อีก 3,000 ยูนิตบนทำเลคอนโดคนเมือง
รถติด น้ำมันแพง บ้านไกล ไปทำงานไม่ทัน...ปัญหาล้านแปดของการเดินทางไปทำงานภายในกรุงเทพฯ ที่ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในเมือง ไม่ว่าจะเป็น หอพัก อพาร์ทเมนท์ คอนโดมิเนียมพุ่งกระฉูด โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมเห็นได้ชัด เปิดกี่โครงการคอนโดก็ขายคอนโด หมด เพราะอยู่ใกล้รถไฟฟ้าเดินสะดวก
แต่ยิ่งความต้องการสูง ราคายิ่งแพง เดี๋ยวนี้ หันซ้าย หันขวา เลยได้แต่มองป้ายขายคอนโด ใหม่ เพราะจับจองไม่ไหว ราคาแพงเหลือเกิน ถึงจะติดรถไฟฟ้า แต่ราคาเริ่มต้นขายคอนโด ที่ 2 ล้านบาทต่อยูนิต คนทำงานระดับกลางก็รับไม่ไหว
เหมือน "ทางตัน" ของคนที่มีรายได้ระดับปานกลาง แต่ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้เมือง ใกล้ที่ทำงาน ซื้อคอนโดฯ ไหนไม่ได้สักแห่ง จะเลือกคอนโดฯ มือสอง ก็ลำบากใจ กลัวประวัติเจ้าของห้องเดิมไม่สู้ดี เลยต้องทนเช่าอพาร์ทเมนท์ หอพักที่คุ้นเคยต่อไป
ตลาดความต้องการคอนโดของคนระดับกลางที่มีกำลังซื้อคอนโดที่อยู่อาศัย ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ถือว่ามีไม่น้อยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นตลาดใหญ่มาก ที่ผู้ประกอบการน้อยรายจะลงมาเล่น แม้แต่พฤกษาฯ ขวัญใจเจ้าของบ้านระดับล่างในอดีต หลังจากเข้าตลาดกลายเป็น "บริษัทมหาชน" แล้ว ดูเหมือนราคาบ้านจะขยับขึ้นมาเล็กน้อย และเมื่อหันไปทำคอนโดฯ ทำเลดี ราคาก็ไม่เป็นขวัญใจคนยากเหมือนเดิม เปิดราคาขายค่อนข้างสูง และอึดอัดในการผ่อนสำหรับคนมีเงินเดือนหมื่นกว่าบาท ถึง 2 หมื่นบาท
หากมีใครที่กระโดดลงมาพัฒนาคอนโดฯ ราคาถูก ทำเลไม่เลวร้ายนัก คงได้รับความสนใจพอควร จึงไม่แปลกเลยที่วันนี้ แบรนด์คอนโดมิเนียมที่ไม่ได้ทำตลาดอย่าง Regent Home จะได้รับความสนใจจากคน
คนที่ผ่านไปผ่านมาบริเวณรัชดาภิเษก ซอย 19 หรือแถวๆ บางนา คงได้เห็นป้ายโฆษณาขายคอนโด ใหม่ภายใต้แบรนด์ Regent Home ที่ขึ้นป้ายราคาเริ่มต้นที่ 6 แสนบาท!!
แล้วก็คงนึกสงสัยว่า มีราคาคอนโดฯ ใหม่ ราคาขายคอนโด ถึงไม่ถึง 1 ล้านบาทอยู่บนทำเลใจกลางเมืองด้วยหรือ? และใครที่ไม่เคยเห็นโครงการของ Regent Home ก็คงนึกต่อไปอีกว่า โครงการน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน สร้างจริงหรือไม่
สำหรับวันนี้คงตอบได้เพียง คอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ รีเจ้นท์ โฮม (Regent Home) เปิดขายคอนโด จนถึงปัจจุบันมากกว่า 10,000 ยูนิตแล้ว มีหลายโครงการที่โอนและมีผู้เข้าอยู่แล้ว เตรียมจะโอนในช่วงต้นเดือนธันวาคมปี 2551 นี้อีกหนึ่งโครงการ คือ รัชดาภิเษก ซอย 19
แต่ที่ผ่านมาค่อนข้าง "โลว์โปร์ไฟล์" มากถ้าเทียบกับแบรนด์ใหญ่ๆ ที่เปิดขายคอนโด ในจำนวนยูนิตเท่ากัน เพราะเขาเป็นโครงการ "โลว์ คอส คอนโดมิเนียม" ไม่ทำการตลาด ไม่โฆษณาผ่านสื่อที่ใช้เงินเยอะ ปักป้ายใกล้ๆ โครงการคอนโดเป็นพอ เน้นดีมานด์ของคนในพื้นที่เป็นหลัก หวังดึงคนที่อยู่อาศัยในหอพัก อพาร์ทเมนท์ให้มาซื้อโครงการคอนโด
"
วิธีคิดการทำคอนโดฯ ของผม คือ ถ้าที่ไหนมีอพาร์ทเมนท์ หอพัก และคนอยู่เต็ม ทำเลนั้น ผมขายคอนโด ได้ชัวร์" นายนิรัตน์ อยู่ภักดี กรรการผู้จัดการ บริษัท รีเจ้นท์ กรีน เพาเวอร์ จำกัด และอดีตสว.จังหวัดชัยภูมิ กล่าว
เขายังเล่าให้ฟังอีกว่า พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมาประมาณ 20 ปีแล้ว และคิดว่าต่อไปก็ยังคงเน้นการพัฒนาคอนโดมิเนียมเพียงอย่างเดียว คงไม่เข้าไปทำบ้านเดี่ยว หรือทาวน์เฮ้าส์ เพราะคอนโดมิเนียม แม้จะเป็นธุรกิจที่มีความสูงเสี่ยง แต่กำไรก็สูงมาก และไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ยังกำไร โครงการคอนโดนั้นจะขายคอนโด ดี หรือไม่ดี ยังไงก็ไม่ขาดทุน
ตัวอย่างเช่น เริ่มต้นลงทุนด้วยการซื้อที่ดินมา 100 ล้านบาท มีต้นทุนค่าก่อสร้าง 200 ล้านบาท ตั้งมูลค่าโครงการคอนโดไว้ที่ 500 ล้านบาท เท่ากับว่า กำไร 200 ล้านบาท แต่ถ้าขายคอนโด ไม่ดี ขายคอนโด ได้ 50% ก็ยังมีส่วนต่างของกำไรอยู่ หรือถ้าขายคอนโด ไม่ดี ต้องลดราคาคอนโดลงมาก อย่างน้อยก็ยังได้เท่าทุนที่ 300 ล้านบาท หรือถ้าขออนุญาตผ่านแล้ว แต่ขายคอนโด ไม่ได้เลย ก็ใช้วิธีขายคอนโด ยกโครงการ ยังได้กำไร 20-30 ล้านบาท เพราะโครงการคอนโดที่มีใบอนุญาตเรียบร้อยแล้ว เหมือนโครงการคอนโดสำเร็จรูปที่มีคนรอซื้อไปพัฒนาต่อ หรือปรับเป็นอพาร์ทเมนท์ให้เช่าได้ ยิ่งทำเลดีสามารถยกระดับเป็นเซอร์วิส อพาร์ทเมนท์ได้
"
หากพัฒนาโครงการคอนโดมาแล้ว มีใบอนุญาตแล้ว ไม่อยากทำต่อ หวังกำไรแค่ 20-30 ล้านบาท แล้วไม่เหนื่อย จะขายคอนโด ยกโครงการคอนโดเลยยังได้ แต่ทำโครงการบ้านเดี่ยว หรือทาวน์เฮ้าส์ ทำแบบนี้ไม่ได้ ยากที่จะมีคนมาซื้อทาวน์เฮ้าส์ หรือบ้านเดี่ยวยกโครงการ"
สูตรที่หนึ่ง เลือกทำคอนโด บีโอไอ
สำหรับการคิดสูตรในการลงทุนในคอนโดมิเนียม จะพัฒนาโครงการคอนโดแบบใดดี
นายนิรัตน์ กล่าวว่า ในความคิดของผมแล้ว มองว่า พัฒนาโครงการคอนโดแบบใดก็ได้ที่สามารถทำกำไรได้ ไม่จำเป็นต้องโครงการคอนโดใหญ่ เพราะอย่างไรแล้ว กำไรก็ไม่ต่างกัน เช่น ผมเลือกทำคอนโดมิเนียมที่ได้รับสิทธิ์บีโอไอ (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ให้สิทธิ์ไม่ต้องเสียภาษีขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ) ทำคอนโดฯ ราคาไม่เกิน 6 แสนบาท ได้กำไรหักค่าใช้จ่ายประมาณ 100,000 บาท ผมไม่ต้องเสียภาษี
แต่ถ้าผมเลือกไปทำคอนโดฯ ที่แพงกว่านี้อีกเล็กน้อย กำไรผมอาจจะเพิ่มขึ้น แต่ต้องเสียภาษี หักลบกันแล้ว กำไรอาจน้อยกว่าคอนโดฯ บีโอไอก็ได้
นี่เป็นสูตรแรกว่าทำไม อดีตสว.ชัยภูมิ ถึงเลือกทำคอนโดฯ ราคาถูก เพื่อรับสิทธิ์จากบีโอไอ ในการไม่ต้องเสียภาษี
สูตรที่ 2 ทำคอนโดฯ ราคาถูก ต้นทุนที่ดินต้องต่ำ
วิธีในการเลือกทำเลคอนโด ถ้าเป็นยุคใหม่ ใครๆ ก็ต้องคอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งต้นทุนที่ดินจะสูงมาก ทำให้ราคาเฉลี่ยคอนโดต่อยูนิตสูง แต่ถ้าเลือกที่ทำเลคอนโดขยับเข้าไปในซอย นั่งรถมาต่อรถไฟฟ้าได้สะดวก ราคาที่ดินก็ถูกลงมาเท่าตัว เช่น ต้นทุนที่ดินบริเวณปากซอย ติดสถานีรถไฟฟ้า เฉลี่ยอยู่ที่ตารางวาละ 3 แสนบาท หากเข้าซอยไปอีก ยังมีที่ดินที่ขายราคาตารางวาละ 5 หมื่นบาท ต่างกันหลายเท่าตัวมาก
คอนเซ็ปต์คอนโด ของรีเจ้นท์ โฮมจึงต้องหาที่ดินที่มีต้นทุนไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อตารางวา คิดต้นทุนของที่ดินต่อยูนิตแล้วเฉลี่ยจะอยู่ที่ 150,000 บาท (ใช้ 3 ตารางวาต่อยูนิต) บวกค่าก่อสร้างไปอีก 300,000 บาท เป็น 450,000 บาทต่อยูนิต บวกค่าดำเนินการไปอีก 50,000 – 100,000 บาท เคาะราคาขายคอนโด เริ่มต้นที่ 600,000 บาท กำไรต่อยูนิตที่บวกเข้าไปเฉลี่ยแล้วประมาณ 100,000 บาท
"
ในเรื่องการบวกกำไร จะตั้งไว้ที่ยูนิตละ 100,000 บาท ผมไม่มีโฆษณา ไม่ทำการตลาดมาก เพราะความต้องการขายคอนโด มีอยู่แล้ว เลยทำราคาขายคอนโด ได้ถูก ทุกวันนี้ที่คอนโด ขายคอนโด กันแพง เพราะต้นทุนที่ดินสูง ค่าใช้จ่ายทั้งค่าโปรโมชั่น โฆษณาเยอะมาก บวกกำไรไปอีก ราคาขายคอนโด เลยสูงไปกันใหญ่"
การที่ไม่มีต้นทุนทางการตลาดมากนัก ทำให้สามารถเลือกทำโครงการคอนโดขนาดใดก็ได้ ขนาดเล็ก จำนวนยูนิตไม่มากก็ได้ เช่น มีที่ดิน 200 ตารางวา 1 แปลง รายใหญ่ไม่สามารถทำได้ เพราะรายใหญ่มีต้นทุนที่สูงกว่า ขนาดที่ดินเพียง 200 ตารางวา จะทำให้มีพื้นที่ขายคอนโด น้อยมาก ไม่คุ้ม รายใหญ่จะไม่เลือกที่ดินไซส์นี้ แต่รายเล็กทำได้ อย่างน้อยก็ยังได้ 70 ยูนิต ก็ถือว่าคุ้มแล้ว
อันนี้เป็นอีกหนึ่งข้อดีด้วย คือ ไม่ต้องไปแย่งชิงที่ดินแปลงใหญ่กับรายใหญ่ เลือกที่ดินที่รายใหญ่ไม่ใช้ การแข่งขันก็จะน้อย ต้นทุนคอนโดก็จะไม่สูงนัก
สูตรที่ 3 เลือกทำเลที่มีอพาร์ทเมนท์คนเช่าเต็ม
นายนิรัตน์ ยังกล่าวอีกว่า การสำรวจความต้องการของตลาดเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ใช่ราคาถูกอย่างเดียวแล้วจะขายคอนโด ได้ โดยสูตรของรีเจ้นท์ โฮมต้องอยู่ในทำเลที่มีอพาร์ทเมนท์ที่มีคนเช่าเต็ม โดยมีวิธีการดู 2 แบบ คือ 1. ถ้าเป็นอพาร์ทเมนท์ 5 ชั้น ให้ดูชั้นที่ 5 ถ้ามีคนอยู่ แสดงว่าอพาร์ทเมนท์นี้เต็มแล้ว เพราะอพาร์ทเมนท์ 5 ชั้นส่วนใหญ่ไม่มีลิฟท์ คนต้องเดินขึ้นเอง ไม่มีใครอยากเดินขึ้นชั้นสูงๆ ถ้าชั้นล่างๆ ยังว่างอยู่
แบบที่ 2 คือ อพาร์ทเมนท์ 8 ชั้น ให้ดูชั้นที่ 2 ว่ามีคนอยู่อาศัยหรือไม่ ถ้ามีคนอยู่แสดงว่าอพาร์ทเมนท์เต็ม เพราะอพาร์ทเมนท์ 8 ชั้นจะต้องมีลิฟท์ ไม่ต้องเดินขึ้นเอง คนส่วนใหญ่จะชอบเลือกห้องที่อยู่ชั้นบนก่อน จนถ้าห้องเต็มจริงๆ แล้วถึงจะเลือกชั้นล่างๆ
อย่างที่กล่าวแล้วว่า ที่ไหนมีอพาร์ทเมนท์ ที่นั้นจะมีความต้องการ และคนที่เคยเช่าในอพาร์ทเมนท์เหล่านี้ จะมาเป็นลูกค้ารีเจ้นท์ โฮม เพราะค่าเช่าอพาร์ทเมนท์ในกรุงเทพฯ เวลานี้สูงมาก จะหาห้องที่ไม่เลวร้ายจนเกินไปนักในราคา 2,000 บาทถือว่ายากมาก ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ 3,000 – 4,000 บาท ซึ่งใกล้เคียงกับการผ่อนคอนโดมิเนียมมาก
สูตรที่ 4 ตั้งเงินดาวน์สูง เพื่อสกรีนการเงินลูกค้า
คอนโด
มิเนียม ระดับราคา 6 แสนบาท จะเป็นกลุ่มคนทำงาน ที่มีรายได้ไม่มากนัก จึงจำเป็นต้องสกรีนลูกค้าที่มีความสามารถในการผ่อนชำระจริง หรือหากเป็นกลุ่มที่หวังเก็งกำไร ก็ต้องเป็นนักลงทุนตัวจริง ไม่ใช่แค่มาเก็งกำไรใบจอง แล้วทิ้งใบจองไป
นายนิรัตน์ เผยว่า จำเป็นต้องตั้งเงินดาวน์คอนโดไว้สูง สัดส่วนอยู่ที่ 25% ของราคาคอนโดมิเนียม โดยขนาด 31 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 600,000 บาท ต้องจ่ายเงินดาวน์ 150,000 บาท ซึ่งเป็นผลดีทั้งผู้ประกอบการเองและผู้บริโภค เพราะในช่วงโอน ที่ต้องทำเรื่องขอกู้ จะมียอดขอกู้ที่น้อยลงมาก โอกาสในการขอกู้ผ่านย่อมมีสูง
เพราะนอกจากจะจ่ายเงินดาวน์สูงแล้ว เงินจอง เงินทำสัญญาก็สูงเช่นกัน 10,000 บาท และ 30,000 บาทตามลำดับ ผ่อนช่วงก่อสร้าง 20 งวด เดือนละ 5,500 บาท ยอดเหลือก่อนโอนอยู่ที่ 450,000 บาท ยื่นกู้ผ่อนชำระกับธนาคาร (อัตราดอกเบี้ย 6.25%) 15 ปี จะผ่อนอยู่ที่ 3,858 บาท ระยะเวลา 20 ปี ผ่อนอยู่ที่ 3,289 บาท และระยะเวลา 25 ปี ผ่อนอยู่ที่ 2,969 บาท
สูตรสำเร็จของการทำคอนโด ราคาถูก
ก่อนที่จะหันมาลงทุนพัฒนาคอนโดมิเนียมราคาถูกที่จับตลาดคนเช่าอพาร์ทเมนท์ นายนิรัตน์ บอกว่า ต้องลองทำอพาร์ทเมนท์ให้เช่าเองก่อนสัก 1 ปี แล้วจะรู้ขั้นตอนทุกอย่าง รู้หลักในการทำตลาด รู้ว่าจะจับลูกค้าอย่างไร และนั่นแหละจะเป็นประสบการณ์ให้กับการพัฒนาคอนโดมิเนียมเพื่อขายคอนโด เพราะสามารถเรียนรู้ได้ตั้งแต่กระบวนการในการหาที่ดิน คำนวนต้นทุน คิดค่าก่อสร้าง ขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้าง การบริหารจัดการต่างๆ ซึ่งมีรายละเอียดมาก หากสามารถผ่านการทำอพาร์ทเมนท์มา 1 ปีแล้วประสบความสำเร็จ มีลูกค้าเต็ม ก็สามารถทำคอนโดมิเนียมราคา 6 แสนบาทขายได้
อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องมอง ช่วงนี้เป็นช่วงที่ตลาดคอนโดมิเนียมมาแรงก็จริง แต่ก็ต้องดูจังหวะและโอกาส อย่าทำตามคนอื่น อย่าทำตามผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่ทำโครงการคอนโดใหญ่ ขายคอนโด ราคาแพง เพราะเขามีประสบการณ์ มีเงินทุน มีฐานลูกค้า ให้ทำในแบบที่เราถนัด ถึงจะมีขนาดที่เล็กกว่า แต่ก็ได้กำไรไม่ต่างกัน
และสำคัญที่ ต้องคุมต้นทุนให้ได้ ถือหลักของ "Pricing" ให้มากกว่า "Promotion" เพราะปัจจุบันหลายโครงการคอนโดหมดเงินก้อนแรกไปกับการโปรโมชั่น ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดี ยิ่งอัดโปรโมชั่น ทั้งที่ความเป็นจริง คือ อัดโปรโมชั่นไปมากเท่าไร ก็สูญเปล่า หากคนไม่มีกำลังซื้อ ไม่มั่นใจที่จะซื้อ
นิยามรีเจ้นท์ โฮมต้องเป็นให้ได้เหมือนเซเว่นฯ
สำหรับแผนพัฒนาโครงการคอนโดของรีเจ้นท์ โฮมนั้น ในแต่ละปีจะมีจำนวนยูนิตที่เปิดขายคอนโด ประมาณ 2,000 – 3,000 ยูนิต โดยนายนิรัตน์ เปิดเผยว่า เพราะรีเจ้นท์ โฮม ไม่ใช่บริษัทในตลาด จึงไม่จำเป็นต้องเติบโตเพิ่มขึ้นมากนัก เพียงแต่ทุกเดือนต้องเปิดโครงการคอนโดใหม่ เพื่อให้แต่ละปีมียอดโอนเป็นรายได้เข้ามาทุกเดือน และอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ จะย้ายฐานการผลิตไปตามกำหนดเวลาที่แน่นอนคล้ายกับสายการผลิตสินค้า ซึ่งทำให้คุมต้นทุนได้ดีกว่า
ด้านแผนการเปิดโครงการคอนโดใหม่ในปี 2552 คาดการณ์ไว้ที่ 3,000 ยูนิต รวมแล้วประมาณกว่า 10 โครงการคอนโด เช่น สุขุมวิท 81 / วิภาวดี 20 / ลาดพร้าว 42 / อินทรามระ 51 / อินทรามระ 12 / แจ้งวัฒนะ 2 / พหลโยธิน 67 / หลังกรมพาณิชย์สัมพันธ์ / สุขุมวิท 101/1 เป็นต้น
"
เราจะทำคอนโด ในคอนเซ็ปต์เดียวกับเซเว่นฯ ทุกตรอก ซอกซอย ที่มีชุมชนก็ต้องมีรีเจ้นท์ โฮม แม้ซอยนี้เคยทำโครงการคอนโดไปแล้ว อาจจะขึ้นอีกหนึ่งโปรเจคในพื้นที่ใกล้เคียงกันได้"
โดยที่ผ่านมาต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อย ประมาณ 10%-15% ซึ่งทำให้กำไรลดลงไม่มากนัก ส่วนโครงการคอนโดใหม่ๆ ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมขายคอนโด ที่ราคาเริ่มต้น 6 แสนบาทต่อยูนิต สูงสุดอาจจะไม่เกิน 8 แสนบาท เพราะมั่นใจว่าต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้นไม่ถึง 50,000 บาทต่อยูนิต และส่วนหนึ่งรีเจ้นท์ โฮมมีนโยบายวางเงินมัดจำซื้อเหล็กล่วงหน้าไว้
ส่วนโครงการคอนโดที่เปิดขายคอนโด มาปัจจุบัน เช่น รีเจ้นท์โฮม 1 ซอยพหลโยธิน 67 / รีเจ้นท์โฮม 2 ซอยพหลโยธิน 67 / รีเจ้นท์โฮม 3 ซอยพหลโยธิน 57 / รีเจ้นท์โฮม 4 ซอยสุขุมวิท 85 / รีเจ้นท์โฮม 5 ซอยรัชดาภิเษก 19 / รีเจ้นท์โฮม 6 ประชาชื่น
แนวทางของ "รีเจ้นท์ โฮม" เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการคอนโดที่อยู่อาศัยกลางเมือง และมีกำลังซื้อคอนโดที่ไม่สูงนัก ซึ่งต้องยอมรับในเรื่องทำเลคอนโดที่อาจไม่ใกล้รถไฟฟ้าเหมือนรายใหญ่ แต่ก็ยังเดินทางด้วยรถมาต่อรถไฟฟ้าได้ไม่ยาก
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคคอนโดเองก็ต้องรอบคอบในการตัดสินใจคอนโดซื้อด้วย

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้จัดทำเว็บโพลล์ แบบสอบถามออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ สำหรับช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คำถามง่ายๆว่า แนวคิดในการอยู่อาศัยในห้องชุดคอนโดมิเนียมของท่านเป็นอย่างไร มีคำตอบให้เลือก 5 ข้อ
ช่วงสองวันสุดท้ายของเดือน ซึ่งยังไม่ปิดรับคำตอบครบ มีผู้ตอบเข้ามาแล้วมากกว่า 300 ราย ได้แนวความคิดของผู้ร่วมตอบคำถามค่อนข้างชัดเจน ดังนี้
กลุ่มที่เคยอยู่คอนโดมาแล้ว และยังอยากอยู่คอนโดต่อไปอีก มีร้อยละ 16 ของผู้ตอบทั้งหมด
กลุ่มที่เคยอยู่คอนโดมาแล้ว แต่ตอนนี้ไม่ชอบและไม่อยากอยู่คอนโดต่อไป มีร้อยละ 14
กลุ่มที่ไม่เคยอยู่คอนโดมาก่อน แต่อยากอยู่คอนโดกับเขาบ้าง มีร้อยละ 31
กลุ่มที่ไม่เคยอยู่คอนโดมาก่อน และไม่คิดพิสมัยอยากจะอยู่คอนโดด้วย มีร้อยละ 26
และอีกร้อยละ 13 ของทั้งหมด เป็นกลุ่มที่ตัดสินใจไม่ออกบอกไม่ถูก ไม่แสดงความเห็นดีกว่า
หากตัดในส่วนที่ไม่แสดงความเห็นออกไป และจัดสัดส่วนใหม่เฉพาะผู้ที่แสดงความเห็น จะพบว่ามีผู้ที่เคยอยู่คอนโดมาแล้ว และยังอยากอยู่คอนโดต่อไป ร้อยละ 18 และมีผู้ที่เคยอยู่คอนโดมาแล้ว แต่ไม่อยากอยู่คอนโดต่อไป ร้อยละ 16
ในทำนองเดียวกัน มีผู้ที่ไม่เคยอยู่คอนโดมาก่อน แต่ตอนนี้นึกอยากจะอยู่คอนโด ร้อยละ 36 และมีผู้ที่ไม่เคยอยู่คอนโดมาก่อน และยังไงๆ ก็ไม่คิดอยากจะอยู่คอนโดกับใครเขาอีกร้อยละ 30
สำนวนคนในอยากออก คนนอกอยากเข้าเป็นไปได้กับสารพัดเรื่อง ในกรณีของแนวคิดการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมก็เช่นกัน คนที่เคยอยู่แล้ว ประสบพบปัญหาการอยู่ร่วมกันในอาคารสูงเดียวกัน ต้องใช้สาธารณประโยชน์ร่วมกัน เช่น ลิฟท์ บันได ทางเดินในอาคาร ตู้รับจดหมาย ฯลฯ มิหนำซ้ำฝาบ้านยังติดกันกับเพื่อนบ้าน จนหากทำอะไรเสียงดังมากอาจได้ยินได้ล่วงรู้ความลับถึงกัน แล้วยังมีภาระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ค่าที่จอดรถ ฯลฯ คนกลุ่มนี้อาจเข็ดขยาดและหาทางขายคอนโด กลับไปอยู่แนวราบหรือไปเช่าอพาร์ตเม้นต์แทน อย่างน้อยก็ย้ายเข้าออกได้ง่ายกว่า
แต่ก็อีกนั่นแหละ มีกลุ่มคนที่ชอบชีวิตแนวสูงแบบคอนโดเพราะไม่ต้องดูแลรักษาสนามหญ้าหรือหน้าบ้านมาก การเดินเหินภายในคอนโดถึงกันได้รวดเร็ว ชีวิตขึ้นกับร้านสะดวกซื้อ คือซื้อมานิดหน่อยพอใส่ตู้เย็น เข้าไมโครเวฟ ไม่ตุนเสบียงมาก อยากอยู่คอนโดต่อไปเพราะชีวิตง่ายดี
ส่วนคนที่ไม่เคยอยู่คอนโดแต่อยากอยู่กับเขาขึ้นมานั้น เป็นกลุ่มคนที่มีสัดส่วนมากที่สุดของผู้ตอบแบบสอบถาม คนกลุ่มนี้อยากลองเพราะไม่เคย และคิดว่าน่าจะสอดคล้องกับวิถีชีวิตอนาคตเบื้องหน้า อาจแยกตัวออกมาจากครอบครัวแนวราบที่อยู่กันมาแต่ดั้งเดิม แนวโน้มอนาคตน่าจะมีคนกลุ่มนี้มากขึ้นหากมีเส้นทางขนส่งมวลชนระบบรางเพิ่มมากขึ้น ขณะที่กลุ่มสุดท้ายไม่เคยอยู่คอนโดและไม่ใฝ่ฝันจะไปอยู่ในที่สูงแบบนั้น อาจจะกลัวแผ่นดินไหว ไฟไหม้อาคาร หรือแก่แล้ว ไม่อยากตะเกียกตะกายขึ้นๆลงๆ ชอบชีวิตที่มีสีเขียวของพื้นราบมากกว่า
อยากอยู่ไม่อยากอยู่ สุดท้ายก็นานาจิตตัง

ลองคิดให้ดีก่อนน่ะ

posted on 23 Nov 2009 22:20 by fishthailand

เผอิญ มีเพื่อนอยู่ต่างจังหวัด ดันโทรศัพท์ มาถาม ว่าเนี่ยเพิ่งรู้ว่าได้งานทำที่กรุงเทพฯ เลยกำลังมองหาที่อยู่ แล้วก็ถามว่า ควรซื้อคอนโดหรือเช่าคอนโด ดีกว่ากัน? ช่วยทำให้ กระจ่างหน่อยสิแหม ช่างซักช่างถามจริงนะจ๊ะ แต่เอาเหอะ คำถามนี้ฟัง แล้วมีประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านที่กำลังคิดแบบเดียวกันนี้อยู่แหงเลย งั้นสัปดาห์นี้มาไขข้อข้องใจให้เห็นข้อดีข้อเสียของการเช่าคอนโด และการซื้อ คอนโดไปเลยละกัน เพราะ 2 ประการนี้ก็มีข้อแตกต่างให้เห็นชัดเจนจริงๆนั่นแหละซึ่งการเช่าคอนโด หรือซื้อคอนโดก็มีข้อเปรียบ เทียบให้เห็นความแตกต่างกัน ดังนี้....1. ถ้าเช่าคอนโด เค้าอยู่ เช่น...เช่าบ้าน, เช่าอพาร์ตเมนต์ และเช่าคอนโด นั้นดี ในแง่ที่ คุณสามารถเลือกทำเลตามที่ต้องการได้ ถ้าอยากได้คอนโดที่อยู่ใกล้กับที่ทำงาน การเช่าคอนโด เค้าอยู่นี่แหละ จะได้สถานที่ดังใจปรารถนาแหงๆ อย่างทำงานอยู่แถวลาดพร้าว ก็เห็นมีตึกมีคอนโดฯติดประกาศให้เช่าคอนโด ออกถมเถ อยากได้ตรงไหนก็โทร.ไปสอบถามและตกลงราคากันเลย ขณะที่หากคุณคิดจะซื้อคอนโด คุณอาจไม่มีเงินพอที่จะซื้อคอนโดทำเลได้ใกล้ชิดกับสถานที่ทำงานน่ะซี โถ คอนโดหลังนึงราคาถูกซะที่ไหน2. ถ้าเช่าคอนโด คุณแค่มีเงินก้อนไม่ต้องมาก ก็นำเงินนี้ไปวางมัดจำทำสัญญาเช่าคอนโด ได้แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เจ้าของคอนโดเช่ามักขอเงินมัดจำ 3-6 เดือนล่วงหน้าเท่านั้น แต่หากคุณอยากซื้อคอนโดสิ คุณต้องวางเงินดาวน์กันเป็นงวดๆ อย่างน้อยก็ต้อง 10%-15% ของราคาคอนโด แล้วค่อยไปผ่อนต่อเอา แล้วจะมีเงินก้อนโตๆไปให้เค้าไหม? แต่ถ้าใครรวยเพราะเกิดมาพร้อมกับเงินทองกองเป็นตั้ง ข้อนี้คงไม่ต้องไปกังวลมันหรอก เพราะสามารถซื้อคอนโดด้วยเงินสดด้วยซ้ำใช่มะ3. ถ้าเช่าคอนโด ใกล้ที่ทำงานก็ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทาง ลงด้วย แต่หากคุณไปซื้อคอนโดแถวชานเมืองสิ บางทีคุณอาจต้องซื้อรถเพื่อขับมาทำงานอีกด้วย แล้วลงทุนไหวไหมฮ่ะ4. แต่การไปอาศัยอยู่คอนโดเช่าก็ใช่ว่าจะสะดวกสบาย เพราะบางทีคุณต้องออกตังค์ปรับปรุงคอนโดให้น่าอยู่ตามที่คุณอยากให้มันเป็นก็ ได้ เช่น หากคอนโดเช่าไม่ได้ติดแอร์ แล้วคุณเกิดอยากมีแอร์ขึ้นมา ก็ต้องลงทุนซื้อแอร์คอนดิชั่นเอง จึงทำให้คุณรู้สึกเสียดายตังค์ได้ ตรงข้ามหากซื้อคอนโดเป็นของตัวเอง ทีนี้อยากปรับปรุงหรือต่อเติมภายในยังไงก็ไม่ต้องคิดมาก เพราะลงทุนไปแล้วยังเป็นเจ้าของนี่หว่า5. ถ้าไปเช่าคอนโด เค้าอยู่ หากเจ้าของไม่ได้จำกัดผู้ที่จะเข้ามาอยู่อาศัย คุณอาจชักชวนเพื่อนให้มาอยู่คอนโดเดียวกัน เพื่อแชร์ค่าเช่าคอนโด ก็ยังได้ ซึ่งเท่ากับทุ่นค่าใช้จ่ายเรื่องค่าเช่าคอนโด ในแต่ละเดือนลงบ้าง6. แต่การเช่าคอนโด เค้าเนี่ย ยังไง้ ยังไงก็ไม่มี สิทธิ์เป็นเจ้าของอยู่ดี ขณะที่หากซื้อคอนโด ถึง แม้ต้องผ่อนส่งเอา ก็ยังมีสิทธิ์เป็นเจ้าของคอนโดขึ้นมาสักวัน ดังนั้น ก่อนจะเช่าคอนโด หรือซื้อคอนโดก็ลองจิ้มเครื่องคิดเลขคำนวณให้ถี่ถ้วนก่อนละกัน ว่าอย่างคุณน่ะเหมาะกับวิธีไหนมากที่ซู้ด แล้วค่อยตัดสินใจนะฮ้า.